The Message

Romans 12

Place Your Life Before God

11-2 So here’s what I want you to do, God helping you: Take your everyday, ordinary life—your sleeping, eating, going-to-work, and walking-around life—and place it before God as an offering. Embracing what God does for you is the best thing you can do for him. Don’t become so well-adjusted to your culture that you fit into it without even thinking. Instead, fix your attention on God. You’ll be changed from the inside out. Readily recognize what he wants from you, and quickly respond to it. Unlike the culture around you, always dragging you down to its level of immaturity, God brings the best out of you, develops well-formed maturity in you.

I’m speaking to you out of deep gratitude for all that God has given me, and especially as I have responsibilities in relation to you. Living then, as every one of you does, in pure grace, it’s important that you not misinterpret yourselves as people who are bringing this goodness to God. No, God brings it all to you. The only accurate way to understand ourselves is by what God is and by what he does for us, not by what we are and what we do for him.

4-6 In this way we are like the various parts of a human body. Each part gets its meaning from the body as a whole, not the other way around. The body we’re talking about is Christ’s body of chosen people. Each of us finds our meaning and function as a part of his body. But as a chopped-off finger or cut-off toe we wouldn’t amount to much, would we? So since we find ourselves fashioned into all these excellently formed and marvelously functioning parts in Christ’s body, let’s just go ahead and be what we were made to be, without enviously or pridefully comparing ourselves with each other, or trying to be something we aren’t.

6-8 If you preach, just preach God’s Message, nothing else; if you help, just help, don’t take over; if you teach, stick to your teaching; if you give encouraging guidance, be careful that you don’t get bossy; if you’re put in charge, don’t manipulate; if you’re called to give aid to people in distress, keep your eyes open and be quick to respond; if you work with the disadvantaged, don’t let yourself get irritated with them or depressed by them. Keep a smile on your face.

9-10 Love from the center of who you are; don’t fake it. Run for dear life from evil; hold on for dear life to good. Be good friends who love deeply; practice playing second fiddle.

11-13 Don’t burn out; keep yourselves fueled and aflame. Be alert servants of the Master, cheerfully expectant. Don’t quit in hard times; pray all the harder. Help needy Christians; be inventive in hospitality.

14-16 Bless your enemies; no cursing under your breath. Laugh with your happy friends when they’re happy; share tears when they’re down. Get along with each other; don’t be stuck-up. Make friends with nobodies; don’t be the great somebody.

17-19 Don’t hit back; discover beauty in everyone. If you’ve got it in you, get along with everybody. Don’t insist on getting even; that’s not for you to do. “I’ll do the judging,” says God. “I’ll take care of it.”

20-21 Our Scriptures tell us that if you see your enemy hungry, go buy that person lunch, or if he’s thirsty, get him a drink. Your generosity will surprise him with goodness. Don’t let evil get the best of you; get the best of evil by doing good.

Thai New Contemporary Bible

โรม 12

เครื่องบูชาอันมีชีวิต

1เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย เมื่อพิจารณาถึงพระเมตตาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านทั้งหลายถวายตัวของท่านแด่พระเจ้าเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต ที่บริสุทธิ์[a] และที่พระเจ้าพอพระทัย นี่เป็นการนมัสการที่แท้จริง[b] อย่าดำเนินชีวิตตามอย่างคนในโลกนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจของท่านใหม่ แล้วท่านจึงจะสามารถพิสูจน์และยืนยันได้ว่าสิ่งใดคือพระประสงค์ของพระเจ้า คือพระประสงค์อันดีอันเป็นที่พอพระทัยและสมบูรณ์พร้อมของพระองค์

เพราะโดยพระคุณซึ่งได้ประทานแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอกล่าวแก่พวกท่านทุกคนว่าอย่าคิดประเมินตนเองสูงกว่าที่ควร แต่จงคิดประเมินตนอย่างมีสติตามระดับความเชื่อที่พระเจ้าได้ประทานแก่ท่าน เราแต่ละคนมีกายเดียวซึ่งประกอบด้วยอวัยวะหลายอย่าง และอวัยวะเหล่านั้นล้วนมีหน้าที่ไม่เหมือนกันฉันใด ในพระคริสต์พวกเราซึ่งมีกันหลายคนก็ประกอบเข้าเป็นกายเดียว และแต่ละอวัยวะก็เป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะทั้งหมดฉันนั้น เรามีของประทานแตกต่างกันตามพระคุณที่ได้ประทานแก่เรา ถ้าผู้ใดมีของประทานด้านการเผยพระวจนะ ก็ให้ผู้นั้นใช้ของประทานนี้ตามขนาดความเชื่อที่เขามี[c] ถ้ามีด้านการปรนนิบัติรับใช้ ก็ให้เขาปรนนิบัติรับใช้ ถ้ามีด้านการสั่งสอน ก็ให้เขาสั่งสอน ถ้ามีด้านการให้กำลังใจ ก็ให้เขาให้กำลังใจ ถ้ามีด้านการช่วยเหลือในสิ่งที่ผู้อื่นขัดสน ก็ให้เขาให้ด้วยใจกว้างขวาง ถ้ามีด้านการเป็นผู้นำ ก็ให้เขาปกครองด้วยความเอาใจใส่ ถ้ามีด้านการแสดงความเมตตา ก็ให้เขาทำด้วยใจยินดี

ความรัก

จงรักด้วยใจจริง จงเกลียดชังสิ่งที่ชั่ว จงยึดมั่นในสิ่งที่ดี 10 จงรักกันฉันพี่น้อง จงให้เกียรติกันและกันโดยถือว่าผู้อื่นดีกว่าตน 11 อย่าขาดความกระตือรือร้น แต่จงรักษาความร้อนรนฝ่ายจิตวิญญาณของท่านไว้และรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้า 12 จงชื่นชมยินดีในความหวัง อดทนต่อความทุกข์ยากและสัตย์ซื่อในการอธิษฐาน 13 จงแบ่งปันแก่ประชากรของพระเจ้าที่ขาดแคลน จงสำแดงน้ำใจรับรองแขก

14 จงอวยพรแก่ผู้ที่ข่มเหงท่าน จงอวยพรและอย่าแช่งด่าเลย 15 จงชื่นชมยินดีร่วมกับผู้ที่ชื่นชมยินดี จงเศร้าโศกร่วมกับผู้ที่เศร้าโศก 16 จงอยู่ร่วมกันด้วยความกลมเกลียว อย่าหยิ่งผยอง แต่จงเต็มใจคบหาสมาคมกับคนที่มีฐานะต่ำ[d] อย่าทะนงตน

17 อย่าทำชั่วตอบแทนคนที่ทำชั่ว จงใส่ใจที่จะทำสิ่งที่ถูกต้องในสายตาของทุกคน 18 ถ้าเป็นได้เท่าที่เรื่องขึ้นอยู่กับท่าน จงอยู่ร่วมกับทุกคนอย่างสงบสุข 19 เพื่อนเอ๋ย อย่าแก้แค้น แต่จงปล่อยให้พระเจ้าทรงสำแดงพระพิโรธ เพราะมีเขียนไว้ว่า “การแก้แค้นเป็นหน้าที่ของเราเอง เราจะคืนสนอง”[e] องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ 20 อย่าแก้แค้นเลย ตรงกันข้าม

“หากศัตรูของท่านหิว จงให้อาหารแก่เขา
เมื่อเขากระหาย จงให้เขาดื่ม
การทำเช่นนี้ ท่านจะสุมถ่านที่ลุกโพลงไว้บนศีรษะของเขา”[f]

21 อย่าพ่ายแพ้แก่ความชั่ว แต่จงชนะความชั่วด้วยความดี

Footnotes

  1. 12:1 หรือที่ได้รับการแยกไว้สำหรับพระเจ้า
  2. 12:1 หรือที่สมเหตุสมผล
  3. 12:6 หรือให้สอดคล้องกับความเชื่อ
  4. 12:16 หรือเต็มใจทำงานที่ต่ำต้อย
  5. 12:19 ฉธบ.32:35
  6. 12:20 สภษ. 25:21,22