Luganda Contemporary Bible

Kaabakuuku 1:1-17

11:1 Nak 1:1Buno bwe bubaka bwa Mukama, Kaabakuuku nnabbi bwe yafuna.

Kaabakuuku yeemulugunya olw’Obutali Bwenkanya

21:2 a Zab 13:1-2; 22:1-2 b Yer 14:9Ayi Mukama, ndituusa ddi okukukaabirira

naye nga tompuliriza?

Lwaki nkukaabirira nti, “Ebikolwa eby’obukambwe bimpitiriddeko,”

naye n’otonnyamba?

31:3 a nny 13 b Yer 20:8 c Zab 55:9Lwaki ondaga obutali bwenkanya

era lwaki ogumiikiriza obukyamu?

Kubanga okuzikiriza n’ebikolwa eby’obukambwe biri mu maaso gange,

empaka n’ennyombo byeyongede.

41:4 a Zab 119:126 b Yob 19:7; Is 1:23; 5:20; Ez 9:9Amateeka kyegavudde gatagonderwa

era n’obwenkanya ne butakolebwa.

Ababi be basinga abatuukirivu obungi era babeebunguludde,

n’obwenkanya ne bulinnyirirwa.

Okuddamu kwa Mukama

51:5 a Is 29:9 b Bik 13:41*“Mutunuulire amawanga, mwetegereze. Mwewuunyize ddala nnyo.

Kubanga ŋŋenda kukola omulimu mu nnaku zammwe

gwe mutalikkiriza

newaakubadde nga mugubuuliddwa.

61:6 a 2Bk 24:2 b Yer 13:20Kubanga laba, nkuyimusiza Abakaludaaya,

eggwanga eryo eririna ettima era ekkambwe,

ababunye ensi eno n’eri

nga bawamba amawanga agatali gaabwe.

71:7 Is 18:7; Yer 39:5-9Ba ntiisa, batiibwa,

be beetekera amateeka gaabwe era be bagassa mu nkola,

nga balwanirira ekitiibwa kyabwe.

81:8 Yer 4:13Embalaasi zaabwe zidduka okukira engo,

era mu bukambwe zikira emisege egy’ekiro.

Abasajja abeebagala embalaasi bava mu nsi ey’ewala

era bajja beesaasaanyizza

ne banguwa okutuuka ng’ensega bw’erumba ky’eneerya.

91:9 Kbk 2:5Bajja n’eryanyi bonna,

ebibinja byabwe birumba ng’embuyaga ey’omu ddungu;

ne balyoka bayoola abawambe abangi ng’omusenyu.

101:10 2By 36:6Weewaawo, basekerera bakabaka

ne baduulira n’abakungu.

Basekerera buli kibuga ekiriko ekigo

ne bakituumako ebifunfugu ne balinnyira okwo, ne bakiwamba.

111:11 a Yer 4:11-12 b Dan 4:30Awo ne bayita nga bakunta ng’embuyaga;

abantu bano omusango be gwasinga, eryanyi lyabwe ye katonda waabwe.”

Kaabakuuku Yeemulugunya Ogwokubiri

121:12 a Is 31:1 b Is 10:6Ayi Mukama toli wa mirembe na mirembe,

ggwe Mukama Katonda wange, si ggwe Mutukuvu wange? Tetulifa.

Ayi Mukama ggwe wabateekawo n’obawa amaanyi batusalire emisango.

Era ggwe Olwazi, wabateekawo kubonereza.

131:13 Kgb 3:34-36Amaaso go gajjudde obulongoofu tegatunula ku kibi,

so toyinza kugumiikiriza bukyamu.

Kale lwaki ggwe ogumiikiriza ab’enkwe,

n’osirika ng’omubi amalirawo ddala

omuntu amusinga obutuukirivu?

14Kubanga abantu obafudde ng’ebyennyanja eby’omu nnyanja,

ng’ebitonde eby’omu nnyanja ebitaliiko abifuga.

151:15 a Is 19:8 b Yer 16:16Omulabe omubi abakwata bonna ng’eddobo,

oluusi n’abawalula mu katimba ke,

n’abakuŋŋaanya mu kiragala kye

n’alyoka asanyuka n’ajaguza.

161:16 Yer 44:8Kyava awaayo ssaddaaka eri akatimba ke

n’ayotereza n’ekiragala kye obubaane;

akatimba ke kamuwa obulamu obw’okwejalabya,

n’alya emmere ey’ekigagga.

171:17 Is 14:6; 19:8Kale, bwe batyo bwe banaalekebwa okutikkula obutimba bwabwe,

n’okusaanyaawo amawanga awatali kusaasira?

Thai New Contemporary Bible

ฮาบากุก 1:1-17

1พระดำรัสที่ผู้เผยพระวจนะฮาบากุกได้รับ

คำร้องทุกข์ของฮาบากุก

2ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์จะต้องร้องทูลขอความช่วยเหลือนานเพียงใด

พระองค์จึงจะทรงสดับฟัง?

หรืออีกนานเพียงใดที่ต้องร้องต่อพระองค์ว่า “โหดร้าย!”

แต่พระองค์ไม่ทรงมาช่วย?

3เหตุใดพระองค์ทรงให้ข้าพระองค์มองดูความอยุติธรรม?

เหตุใดพระองค์ทรงทนต่อความผิด?

ความพินาศและความโหดร้ายอยู่ต่อหน้าต่อตาข้าพระองค์

มีการต่อสู้และแก่งแย่งกันมากมาย

4ฉะนั้นกฎหมายจึงเป็นอัมพาต

และความยุติธรรมไม่ปรากฏ

คนชั่วล้อมกรอบคนชอบธรรม

จนความยุติธรรมถูกบิดเบือนไป

คำตอบขององค์พระผู้เป็นเจ้า

5พระเจ้าตรัสว่า

“จงมองและคอยเฝ้าดูชนชาติต่างๆ

แล้วจงประหลาดใจอย่างที่สุด

เพราะเรากำลังจะทำบางสิ่งในสมัยของเจ้า

ซึ่งถึงแม้มีใครบอก

เจ้าก็จะไม่เชื่อ

6เรากำลังจะให้ชาวบาบิโลน1:6 หรือชาวเคลเดียมีอำนาจขึ้นมา

พวกเขาเป็นชนชาติที่โหดร้ายและเลือดร้อน

ซึ่งกรีธาทัพไปทั่วโลก

เพื่อยึดครองดินแดนที่ไม่ใช่ของตน

7พวกเขาเป็นชนชาติที่ใครๆ ก็ขยาดและหวาดกลัว

พวกเขาถือเอาตนเองเป็นกฎหมาย

แสวงหาเกียรติยศให้ตนเอง

8ม้าของเขาปราดเปรียวยิ่งกว่าเสือดาว

ดุร้ายยิ่งกว่าหมาป่ายามพลบค่ำ

กองทหารม้าของเขาควบตะบึงมา

พลม้าของเขามาจากแดนไกล

พวกเขาเหินมาดุจนกอินทรีโฉบมาขย้ำเหยื่อ

9พวกเขาทุกคนมุ่งก่อความรุนแรง

ฝูงชน1:9 ในภาษาฮีบรูคำนี้มีความหมายไม่ชัดเจนของพวกเขารุกเข้ามาเหมือนพายุทะเลทราย

และกวาดต้อนเชลยไปเหมือนเม็ดทราย

10เขาเย้ยหยันกษัตริย์

และเสียดสีเจ้าบ้านผ่านเมือง

พวกเขาหัวเราะเยาะเมืองที่มีป้อมปราการทั้งปวง

พวกเขาก่อเชิงเทินดินและเข้ายึดเมือง

11แล้วพวกเขาก็กรีธาทัพผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนลม แล้วมุ่งหน้าต่อไป

พวกเขาเป็นคนผิด ซึ่งถือพละกำลังของตนเป็นพระเจ้า”

คำร้องทุกข์ครั้งที่สองของฮาบากุก

12ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาลไม่ใช่หรือ?

ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ องค์บริสุทธิ์ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายจะไม่ตาย

ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ได้ทรงแต่งตั้งพวกเขาให้ดำเนินการตามคำพิพากษา

ข้าแต่องค์พระศิลา พระองค์ทรงบัญชาให้พวกเขามาลงโทษ

13พระเนตรของพระองค์บริสุทธิ์เกินกว่าจะมองดูความชั่ว

พระองค์ไม่ทรงสามารถทนต่อความผิดได้

แล้วเหตุใดพระองค์ทรงทนต่อคนทรยศ?

เหตุใดพระองค์ทรงเงียบอยู่

ขณะที่คนชั่วร้ายกลืนกินคนที่ชอบธรรมกว่าตัวเขา?

14พระองค์ทรงทำให้มนุษย์เป็นเหมือนปลาในทะเล

เหมือนบรรดาสัตว์ในทะเลที่ไม่มีใครปกครอง

15ศัตรูผู้ชั่วร้ายได้เกี่ยวพวกเขาขึ้นมาด้วยเบ็ด

จับพวกเขาด้วยแห

และรวบรวมพวกเขาขึ้นมาด้วยอวน

ดังนั้นศัตรูผู้นั้นจึงปีติยินดี

16ฉะนั้นเขาจึงถวายเครื่องบูชาแก่แหของเขา

และเผาเครื่องหอมแก่อวนของตน

เพราะแหของเขาทำให้เขาอยู่อย่างหรูหรา

และสำราญกับอาหารที่เลือกสรรมาแล้วอย่างดีเลิศ

17แล้วเขาจะแกะสิ่งที่จับได้ออกมาจากแห

ทำลายชาติต่างๆ อย่างไร้ความเมตตาต่อไปหรือ?