Bibelen på hverdagsdansk

Job 15

Elifazʼ anden tale til Job

1Elifaz tog nu til genmæle:

„Har man hørt mage til opblæst snak?
    Du kendes da ellers som en fornuftig mand.
Du burde tænke dig bedre om
    og ikke bruge den slags tomme ord.
Du undergraver fromhed
    og viser ingen respekt for Gud.
Du kommer med snedige udtalelser
    for at dække over dine overtrædelser.
Jeg er ikke ude på at dømme dig,
    du dømmer dig selv med dine ord.

Var du det første menneske i verden?
    Blev du født, før jorden blev skabt?
Var du til stede, da Gud planlagde det hele?
    Fik du monopol på alverdens visdom?
Hvad ved du, som vi ikke ved?
    Tror du virkelig, du er klogere end os?
10 Vores viden stammer fra de gamle vismænd,
    der er langt ældre end din far.
11 Er Guds trøst da ikke nok for dig?
    Er andres venlige ord til ingen nytte?
12 Hvorfor hidser du dig sådan op
    og sender os lynende blikke?
13 Husk lige, at det er Gud, du er vred på,
    det er ham, du anklager med dine ord.

14 Tror du virkelig, nogen kan være helt uskyldig?
    Kan et menneske være fuldstændig fejlfrit?
15 Ikke engang englene er uden synd.
    Selv de himmelske væsener kan svigte Gud.
16 Hvor meget mere skyld har da ikke et menneske,
    der tørster efter synd som var det vand.

17 Hør lige her, så skal jeg sige dig noget,
    lad mig fortælle dig, hvad jeg selv har hørt,
18 hvad de gamle vismænd har fortalt,
    det, de lærte af deres forfædre,
19 af dem, til hvem Gud gav dette land,
    før de blev påvirket af fremmede folk.
20 De onde må lide alle deres dage,
    de grusomme bliver selv grusomt behandlet.
21 Syndere må leve i evig angst,
    selv i fredstid bliver de overfaldet.
22 De tør ikke gå ud om natten
    af frygt for at blive myrdet.
23 De ved, at det vil gå galt til sidst,
    at de ender som føde for gribbene.
24 Gru og rædsel omringer dem
    som en hær, der venter på at angribe.
25 De har jo gjort oprør mod Gud,
    trodset den Almægtige.
26 Stædigt satte de sig op mod Gud,
    gik til angreb med sværd og skjold.
27 De ragede til sig på alle måder,
    maven blev tyk og kinderne fede.
28 De kommer til at bo i ødelagte byer,
    i forladte huse, der er ved at falde sammen.
29 Deres rigdom smuldrer og forgår,
    de efterlader sig intet af værdi.
30 De undslipper ikke dødens mørke,
    men fortæres af flammer, når Gud ånder på dem.
31 Fordi de stoler på den bedrageriske rigdom,
    bliver hele deres liv et tomt bedrag.
32 De er som et frugttræ, der ikke blomstrer
    og derfor bliver fældet i utide.
33 De er som en vinstok, der skæres ned, før druerne er modne,
    som et oliventræ, der mister blomsterne og ikke giver frugt.
34 De gudløses liv bærer ikke frugt.
    De, der har svindlet sig til rigdom, vil miste det hele.
35 De undfanger onde planer, som modnes i deres indre,
    indtil de fødes som løgn og bedrag.”

Thai New Contemporary Bible

โยบ 15

เอลีฟัส

1เอลีฟัสชาวเทมานโต้ตอบว่า

“ควรหรือที่คนฉลาดจะตอบอย่างไร้ความคิด
หรืออัดลมตะวันออกที่ร้อนระอุไว้เต็มท้อง?
ควรหรือที่เขาจะโต้แย้งด้วยถ้อยคำที่ไร้ประโยชน์
ด้วยวาจาที่ไร้แก่นสาร?
ท่านได้บ่อนทำลายความยำเกรงพระเจ้า
และหยุดยั้งการยอมจำนนต่อพระองค์
บาปของท่านยุให้ปากท่านพูด
ท่านรับเอาลิ้นของคนเจ้าเล่ห์
ปากของท่านกล่าวโทษท่านเอง ไม่ใช่ปากของข้า
ริมฝีปากของท่านปรักปรำท่านเอง

“ท่านเป็นมนุษย์คนแรกที่เกิดมาหรือ?
ท่านเกิดก่อนที่ภูเขาถูกสร้างขึ้นหรือ?
ท่านนั่งฟังอยู่ในสภาของพระเจ้าหรือ?
ท่านผูกขาดสติปัญญาไว้คนเดียวหรือ?
อะไรบ้างที่ท่านรู้แล้วเราไม่รู้?
อะไรบ้างที่ท่านเข้าใจโดยที่เราไม่เข้าใจ?
10 บรรดาผู้อาวุโสก็อยู่ฝ่ายเรา
คนเหล่านั้นแก่ยิ่งกว่าบิดาของท่านเสียอีก
11 คำปลอบโยนจากพระเจ้าไม่เพียงพอสำหรับท่านหรือ?
ถ้อยคำอ่อนหวานไม่เพียงพอหรือ?
12 เหตุใดจิตใจของท่านพาท่านเตลิดไปเช่นนี้?
ทำไมตาของท่านจึงลุกเป็นไฟ?
13 ท่านถึงได้เกรี้ยวกราดต่อพระเจ้า
และให้ถ้อยคำอย่างนี้พรั่งพรูออกมาจากปากของท่าน

14 “มนุษย์เป็นอะไรเล่าที่จะบริสุทธิ์ได้?
ผู้ถือกำเนิดจากสตรีเป็นใครเล่าที่จะชอบธรรมได้?
15 หากพระเจ้ายังไม่ทรงวางพระทัยในบรรดาทูตสวรรค์ของพระองค์
ถ้าแม้แต่ฟ้าสวรรค์ก็ยังไม่บริสุทธิ์ในสายพระเนตรของพระองค์
16 แล้วมนุษย์ผู้ชั่วช้าและเสื่อมทราม
ผู้เสพความชั่วร้ายเหมือนดื่มน้ำจะยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด!

17 “ฟังนะ แล้วข้าจะสาธยายให้ท่านฟัง
ถึงประสบการณ์ที่เห็นมา
18 ซึ่งปราชญ์ได้แจ้งไว้
ไม่ปิดบังสิ่งใดๆ ที่บรรพบุรุษได้ถ่ายทอดให้
19 (ผู้ได้รับมอบดินแดนแต่พวกเดียว
ไม่มีคนต่างด้าวแปลกปนในหมู่พวกเขา)
20 คนชั่วร้ายทนทุกข์ทรมานตลอดชีวิต
คนอำมหิตทุกข์ทนตลอดอายุขัยของเขา
21 เสียงข่มขวัญดังเต็มหูของเขา
และเมื่อเหตุการณ์ดูราบรื่นดี ผู้ทำลายก็บุกจู่โจมเขา
22 เขาหมดหวังที่จะหนีให้พ้นความมืดมน
เขาถูกหมายหัวให้เป็นเหยื่อคมดาบ
23 เขาร่อนเร่หาอาหารเหมือนแร้ง[a]
รู้ว่าวันอันมืดมนอยู่แค่เอื้อม
24 ความทุกข์ระทมทำให้เขาหวาดหวั่น
มันถาโถมใส่เขาเหมือนกษัตริย์บุกเข้าโจมตี
25 เพราะเขาชูกำปั้นใส่พระเจ้า
และหยิ่งอหังการต่อองค์ทรงฤทธิ์
26 เขาถือโล่หนาใหญ่ตรงเข้ามา
ร้องท้าทายพระองค์

27 “แม้ว่าหน้าของเขาอวบด้วยไขมัน
และเอวหนาอ้วนพี
28 เขาก็จะอาศัยในเมืองที่ปรักหักพัง
ในบ้านร้าง
บ้านซึ่งกลายเป็นกองขยะ
29 เขาจะไม่ร่ำรวยอีกต่อไป ทรัพย์สมบัติของเขาไม่คงอยู่
และไม่ได้เพิ่มพูนขึ้นในแผ่นดิน
30 เขาจะหนีไม่พ้นความมืดมน
เปลวไฟทำให้หน่อของเขาเหี่ยวแห้งไป
ลมพระโอษฐ์ของพระเจ้าจะพัดเขาปลิวไป
31 อย่าให้เขาหลอกตัวเองโดยไว้วางใจสิ่งที่ไร้ค่า
เพราะจะไม่ได้อะไรตอบแทน
32 ก่อนสิ้นอายุขัยเขาจะได้รับการคืนสนองอย่างเต็มที่
กิ่งก้านสาขาของเขาจะไม่งอกงาม
33 เขาจะเหมือนเถาองุ่นที่ผลร่วงกราวตั้งแต่ยังดิบ
เหมือนต้นมะกอกที่ดอกร่วงหล่นตั้งแต่เพิ่งผลิบาน
34 เพราะหมู่คนอธรรมนั้นจะเริศร้าง
และไฟจะเผาผลาญเต็นท์ของผู้ที่รักสินบน
35 พวกเขาตั้งท้องความเดือดร้อนและคลอดความชั่วออกมา
ท้องของเขามีแต่การหลอกลวง”

Footnotes

  1. 15:23 หรือร่อนเร่แสวงหาอาหาร