2ซามูเอล 1 TNCV - 2 Samuelsboken 1 NUB

2ซามูเอล
Elegir capítulo 1

Thai New Contemporary Bible

2ซามูเอล 1:1-27

ดาวิดทราบข่าวว่าซาอูลสิ้นพระชนม์

(1ซมอ.31:1-13; 1พศด.10:1-12)

1หลังจากซาอูลสิ้นพระชนม์แล้ว ดาวิดกลับมาจากการพิชิตชาวอามาเลขและพักอยู่ที่เมืองศิกลากได้สองวัน 2ในวันที่สาม มีชายคนหนึ่งมาจากค่ายของซาอูล เสื้อผ้าขาดวิ่น และฝุ่นเต็มศีรษะ เขาหมอบกราบลงต่อหน้าดาวิดแสดงความเคารพ

3ดาวิดถามว่า “เจ้ามาจากไหน?”

เขาตอบว่า “ข้าพเจ้าหนีมาจากค่ายของอิสราเอล”

4ดาวิดถามว่า “เกิดอะไรขึ้น? บอกเราสิ”

เขาตอบว่า “ทหารของเราเตลิดหนี หลายคนถูกฆ่าตาย กษัตริย์ซาอูลและโยนาธานราชโอรสสิ้นพระชนม์แล้ว”

5ดาวิดจึงถามชายหนุ่มที่มาส่งข่าวว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ากษัตริย์ซาอูลและโยนาธานราชโอรสสิ้นพระชนม์แล้ว?”

6เขาตอบว่า “ข้าพเจ้าอยู่บนภูเขากิลโบอา เห็นกษัตริย์ซาอูลทุ่มพระกายลงบนหอก รถม้าศึกของศัตรูก็ประชิดเข้ามา 7เมื่อพระองค์เห็นข้าพเจ้า ก็ร้องเรียกให้เข้าไปหา แล้วข้าพเจ้าทูลถามว่า ‘จะทรงให้ข้าพระบาททำสิ่งใด?’

8“พระองค์ตรัสถามว่า ‘เจ้าเป็นใคร?’

“ข้าพเจ้าทูลว่า ‘เป็นชาวอามาเลขพระเจ้าข้า’

9“พระองค์จึงตรัสว่า ‘มาฆ่าเราทีเถิด เราใกล้จะตายแล้ว แต่ก็ไม่ตายเสียที’

10“ข้าพเจ้าจึงปลงพระชนม์ เพราะเห็นว่าจะไม่รอดแน่ๆ แล้วข้าพเจ้าก็เอามงกุฎกับทองต้นพระกร1:10 คือ เครื่องประดับรัดต้นแขนมาให้ท่านผู้เป็นเจ้านายของข้าพเจ้า”

11แล้วดาวิดกับพรรคพวกทั้งหมดจึงฉีกเสื้อผ้าของตน 12พวกเขาพากันไว้ทุกข์ ร่ำไห้ และถืออดอาหารจนถึงเวลาเย็น เพื่อไว้อาลัยแด่กษัตริย์ซาอูล และโยนาธานราชโอรส และเพื่อไพร่พลขององค์พระผู้เป็นเจ้าและชาวอิสราเอลซึ่งสิ้นชีวิตในสงคราม

13ดาวิดพูดกับชายหนุ่มที่นำข่าวมาว่า “เจ้ามาจากไหน?”

เขาตอบว่า “ข้าพเจ้าเป็นลูกคนต่างด้าวชาวอามาเลข”

14ดาวิดถามว่า “ทำไมเจ้าจึงกล้าทำลายผู้ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเจิมตั้งไว้?”

15แล้วดาวิดสั่งคนของตนว่า “เอาเขาไปฆ่าเสีย!” คนของดาวิดก็ฆ่าเขา 16เพราะดาวิดได้กล่าวแล้วว่า “เจ้าสมควรตาย เพราะเจ้าเองได้สารภาพว่า ‘ข้าพเจ้าได้ฆ่าผู้ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเจิมตั้งไว้’”

ดาวิดไว้อาลัยซาอูลและโยนาธาน

17แล้วดาวิดคร่ำครวญไว้อาลัยแด่กษัตริย์ซาอูลกับโยนาธานราชโอรส 18และบัญชาให้สอนบทคร่ำครวญนี้แก่ชนยูดาห์ (บันทึกไว้ในหนังสือแห่งยาชาร์) ความว่า

19“โอ อิสราเอลเอ๋ย ศักดิ์ศรีของเจ้านอนสิ้นชีพอยู่บนที่สูงของเจ้า

วีรชนแกล้วกล้าล้มลงเสียแล้วหนอ!

20“อย่าแจ้งข่าวนี้ในเมืองกัท

อย่าประกาศข่าวนี้ตามถนนหนทางในอัชเคโลน

หาไม่แล้วธิดาแห่งฟีลิสเตีย1:20 คือ ชาวฟีลิสเตียจะกระหยิ่มยิ้มย่อง

หาไม่แล้วเหล่าบุตรีของผู้ที่ไม่ได้เข้าสุหนัตจะลิงโลดยินดี

21“โอ ภูเขากิลโบอา

ขออย่าให้เจ้าได้รับฝนหรือหยาดน้ำค้าง

ขออย่าให้ท้องทุ่งเกิดธัญญาหารเพื่อเป็นเครื่องบูชา1:21 ในภาษาฮีบรูข้อความนี้มีความหมายไม่ชัดเจน

เพราะที่นั่นโล่ของผู้เกรียงไกรถูกเหยียดหยาม

โล่ของซาอูลไม่ได้ชโลมด้วยน้ำมันอีกแล้ว

22“ธนูของโยนาธานดื่มเลือดไม่หยุด

และกินเนื้อของผู้มีกำลัง

ดาบของซาอูล

ไม่กลับมาเปล่า

23“ซาอูลและโยนาธาน

ยามอยู่ทรงเป็นที่รักและน่าชื่นชม

ยามสิ้นไม่ทรงพรากจากกัน

ทรงว่องไวกว่านกอินทรี

แข็งแกร่งกว่าราชสีห์

24“โอ เหล่าธิดาแห่งอิสราเอล1:24 คือ ชาวอิสราเอล

จงร่ำไห้ให้กับซาอูล

ผู้ทรงแต่งกายให้เธอด้วยอาภรณ์สีแดงเข้มและสิ่งงดงาม

และตกแต่งอาภรณ์ของเธอด้วยเครื่องประดับทองคำ

25“วีรชนแกล้วกล้าล้มลงกลางสมรภูมิ!

โยนาธานนอนสิ้นชีพอยู่บนที่สูงของเจ้า

26โอ โยนาธาน พี่น้องของข้าพเจ้าเอ๋ย ข้าพเจ้าอาลัยถึงท่าน

ท่านเป็นที่รักยิ่งของข้าพเจ้า

ความรักที่ท่านมีต่อข้าพเจ้านั้นล้ำเลิศ

ล้ำเลิศยิ่งกว่าความรักของสตรี

27“วีรชนแกล้วกล้าล้มลงเสียแล้ว!

อาวุธยุทโธปกรณ์ก็พินาศไป!”

Swedish Contemporary Bible

2 Samuelsboken 1:1-27

David blir kung över Juda och Israel

(1:1—5:5)

David blir kung över Juda

David sörjer Saul och Jonatan

1När Saul var död och David hade återvänt hem till Siklag efter segern över amalekiterna, stannade David där i två dagar. 2Den tredje dagen kom en man från Sauls läger med kläderna sönderrivna och jord på huvudet.1:2 Sönderrivna kläder och jord på huvudet var tecken på sorg. Han föll ner inför David i vördnad.

3”Varifrån kommer du?” frågade David. ”Jag har flytt från israeliternas läger”, svarade mannen. 4”Vad har hänt?” frågade David. ”Berätta!”

Mannen svarade: ”Hela vår armé flydde. Många stupade och Saul och hans son Jonatan är döda.” 5”Hur vet du att Saul och Jonatan är döda?” frågade David den unge mannen.

6”Jag råkade vara på berget Gilboa”, svarade mannen. ”Där såg jag Saul vila sig mot sitt spjut medan fiendens vagnar närmade sig honom. 7När han såg mig, sa han till mig komma fram till honom. Jag gick och sa: ’Här är jag!’

8’Vem är du?’ frågade han mig. ’En amalekit’, svarade jag. 9’Kom och befria mig från mina plågor’, sa han, ’för döden håller mig i sitt grepp och jag har inte långt kvar.’

10Då dödade jag honom, eftersom jag visste att han inte skulle överleva. Sedan tog jag hans krona och hans armband för att överlämna dem till dig, herre.”

11David och hans män slet då sönder sina kläder. 12De fastade, grät och sörjde hela dagen över Saul och hans son Jonatan och över Herrens armé och Israels folk, eftersom så många hade dött den dagen.

13Sedan frågade David den unge mannen som hade kommit med nyheterna: ”Varifrån är du?” Han svarade: ”Jag är son till en främling, en amalekit.” 14”Hur vågade du lyfta din hand och döda Herrens smorde?” frågade David.

15Han kallade på en av sina soldater och sa: ”Hugg ner honom!” Soldaten gjorde som David befallt och amalekiten föll ner död.

16”Du bär själv skulden till din egen död”, sa David till honom, ”för du vittnade själv mot dig att du dödat Herrens smorde.”

Davids sång till Saul och Jonatan

17David sjöng en klagosång över Saul och hans son Jonatan 18och befallde att folket i Juda skulle lära sig sången. Den upptecknades i ”Den redliges bok”.

19”O Israel, din prydnad ligger slagen på höjderna.

Dina mäktiga har fallit.

20Berätta det inte för någon i Gat,

låt det inte bli känt på Ashkelons gator,

så att inte filistéernas döttrar ska glädja sig,

de oomskurnas döttrar dansa av fröjd.

21Ni Gilboa berg, må ni aldrig mer se dagg eller regn,

ej heller fält för offergåvor.

Där ligger de mäktigas sköld fläckad,

Sauls sköld, inte längre insmord med olja.

22Jonatans båge och Sauls svärd

återvände aldrig otillfredsställda från slagfälten

och från den blodiga kampen med mäktiga fiender.

23Saul och Jonatan, så älskade och vördade i livet,

var tillsammans även i döden.

De var snabbare än örnar,

starkare än lejon.

24Israels döttrar, gråt över Saul,

som klädde er så vackert i purpurrött

och prydde era kläder med smycken av guld.

25Mäktiga hjältar har fallit i striden.

Jonatan ligger slagen på höjderna.

26Jag sörjer dig, Jonatan, min bror!

Du var mig så kär.

Din kärlek var mer för mig än kvinnors kärlek.

27De mäktiga har fallit,

och vapnen är krossade.”