1พงศ์กษัตริย์ 8 TNCV - 3 Царств 8 CARSA

1พงศ์กษัตริย์
Elegir capítulo 8

Thai New Contemporary Bible

1พงศ์กษัตริย์ 8:1-66

อัญเชิญหีบพันธสัญญาเข้าสู่พระวิหาร

(2พศด.5:2—6:11)

1จากนั้นกษัตริย์โซโลมอนทรงเรียกบรรดาผู้อาวุโสของอิสราเอล หัวหน้าเผ่าต่างๆ และหัวหน้าครอบครัวทั้งหมดของชนอิสราเอลมาเข้าเฝ้าที่กรุงเยรูซาเล็ม เพื่ออัญเชิญหีบพันธสัญญาขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาจากศิโยนเมืองดาวิด 2ผู้ชายอิสราเอลทุกคนก็พากันมาเข้าเฝ้าโซโลมอนในช่วงเทศกาลของเดือนเอธานิมซึ่งเป็นเดือนที่เจ็ด

3เมื่อผู้อาวุโสทั้งปวงของอิสราเอลมาถึงแล้ว ปุโรหิตก็ยกหีบพันธสัญญาขึ้น 4และหามหีบพันธสัญญาขององค์พระผู้เป็นเจ้าไป ส่วนเต็นท์นัดพบกับเครื่องใช้บริสุทธิ์ทั้งปวงในนั้น ปุโรหิตและชนเลวีช่วยกันนำไปยังพระวิหาร 5กษัตริย์โซโลมอนและชุมนุมประชากรอิสราเอลทั้งปวงที่มาชุมนุมกันหน้าหีบพันธสัญญาได้ถวายแกะและวัวเป็นเครื่องบูชาจำนวนมากจนนับไม่ถ้วน

6จากนั้นปุโรหิตอัญเชิญหีบพันธสัญญาขององค์พระผู้เป็นเจ้าเข้าสู่สถานนมัสการชั้นในของพระวิหารคืออภิสุทธิสถาน และตั้งไว้ใต้ปีกของเครูบ 7เครูบทั้งสองกางปีกเหนือที่ตั้งหีบพันธสัญญาและปกเหนือหีบกับคานหาม 8คานหามนี้ยาวมากจนมองเห็นปลายได้จากด้านในของวิสุทธิสถานซึ่งอยู่หน้าสถานนมัสการชั้นใน แต่มองไม่เห็นจากด้านนอกของวิสุทธิสถาน และคานนั้นก็ยังคงอยู่ที่นั่นจนถึงทุกวันนี้ 9ในหีบนั้นไม่มีสิ่งใดนอกจากศิลาสองแผ่นซึ่งโมเสสได้ใส่ไว้เมื่ออยู่ที่ภูเขาโฮเรบ ที่ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำพันธสัญญากับชนอิสราเอลหลังจากพวกเขาออกมาจากอียิปต์

10เมื่อปุโรหิตออกมาจากวิสุทธิสถาน ก็มีเมฆมาปกคลุมทั่วพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า 11บรรดาปุโรหิตไม่อาจปฏิบัติหน้าที่เพราะเมฆนั้น เนื่องจากพระเกียรติสิริขององค์พระผู้เป็นเจ้าปกคลุมอยู่ทั่วทั้งพระวิหารของพระองค์

12แล้วโซโลมอนตรัสว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสไว้ว่าพระองค์จะประทับในเมฆทึบ 13ข้าพระองค์ได้สร้างพระวิหารอันสง่างามถวาย เพื่อพระองค์จะประทับอยู่นิรันดร์”

14กษัตริย์ทรงหันกลับมาตรัสอวยพรแก่ประชากรอิสราเอลทั้งปวงซึ่งชุมนุมอยู่ที่นั่น 15แล้วตรัสว่า

“สรรเสริญพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ผู้ทรงกระทำตามพระสัญญาที่ได้ตรัสไว้กับดาวิดราชบิดาของข้าพเจ้าด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง เพราะพระองค์ได้ตรัสว่า 16‘นับแต่วันที่เรานำอิสราเอลประชากรของเราออกมาจากอียิปต์ เราไม่ได้เลือกเมืองของเผ่าใดเผ่าหนึ่งของอิสราเอล เพื่อสร้างวิหารขึ้นสถาปนานามของเรา แต่เราได้เลือกดาวิดให้ปกครองอิสราเอลประชากรของเรา’

17“ดาวิดราชบิดาของข้าพเจ้าตั้งพระทัยจะสร้างพระวิหารถวายแด่พระนามพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล 18แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับดาวิดราชบิดาว่า ‘ที่เจ้ามีใจจะสร้างวิหารเพื่อนามของเรานั้นก็ดีอยู่ 19ถึงกระนั้นเจ้าจะไม่ได้เป็นผู้สร้างวิหาร แต่บุตรชายผู้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้าจะเป็นผู้สร้างวิหารเพื่อนามของเรา’

20องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกระทำตามพระสัญญา คือให้ข้าพเจ้าได้ครองราชบัลลังก์แห่งอิสราเอลสืบต่อจากดาวิดราชบิดาตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสัญญาไว้ และข้าพเจ้าได้สร้างพระวิหารนี้เพื่อพระนามของพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล 21ข้าพเจ้าได้จัดเตรียมที่แห่งหนึ่งในพระวิหารสำหรับหีบพันธสัญญา ซึ่งภายในบรรจุพันธสัญญาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงให้ไว้กับบรรพบุรุษของเรา เมื่อทรงนำพวกเขาออกมาจากอียิปต์”

โซโลมอนอธิษฐานถวายพระวิหาร

(2พศด.6:12-40)

22จากนั้นโซโลมอนประทับยืนอยู่หน้าแท่นบูชาขององค์พระผู้เป็นเจ้า ต่อหน้าชุมนุมประชากรอิสราเอลทั้งหมด และทรงชูพระหัตถ์ขึ้นฟ้าสวรรค์ 23และตรัสว่า

“ข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ทั่วฟ้าสวรรค์เบื้องบนและแผ่นดินโลกเบื้องล่างไม่มีพระอื่นใดเสมอเหมือน พระองค์ผู้ทรงรักษาพันธสัญญาแห่งความรักต่อเหล่าผู้รับใช้ของพระองค์ซึ่งยังคงดำเนินในทางของพระองค์อย่างสุดใจ 24พระองค์ทรงรักษาคำมั่นสัญญาต่อดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ผู้เป็นราชบิดาของข้าพระองค์ พระองค์ทรงสัญญาด้วยพระโอษฐ์และทรงกระทำให้สำเร็จด้วยพระหัตถ์ดังเช่นทุกวันนี้

25“และบัดนี้ข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ขอทรงรักษาคำมั่นสัญญาที่ทรงมีต่อดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ ผู้เป็นราชบิดาของข้าพระองค์ที่ว่า ‘หากวงศ์วานของเจ้าใส่ใจที่จะทำทุกอย่างและดำเนินอยู่ต่อหน้าเราเหมือนอย่างที่เจ้าได้ทำ เจ้าก็จะไม่ขาดคนที่จะขึ้นครองบัลลังก์แห่งอิสราเอลต่อหน้าเรา’ 26ข้าแต่พระเจ้าแห่งอิสราเอล บัดนี้ขอทรงโปรดให้เป็นไปตามคำมั่นสัญญาที่ทรงให้ไว้แก่ดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ ผู้เป็นราชบิดาของข้าพระองค์ด้วยเถิด

27“แต่พระเจ้าจะประทับในโลกนี้จริงๆ หรือ? ในเมื่อฟ้าสวรรค์สูงสุดยังไม่อาจรับพระองค์ไว้ได้ พระวิหารแห่งนี้ซึ่งข้าพระองค์สร้างขึ้นจะยิ่งเล็กน้อยกว่านั้นสักเท่าใด! 28ถึงกระนั้นข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงสดับฟังคำอธิษฐานและตอบคำวิงวอนขอพระเมตตา ซึ่งผู้รับใช้กำลังกราบทูลอยู่ต่อหน้าพระองค์ในวันนี้ 29ขอพระองค์ทอดพระเนตรพระวิหารแห่งนี้ทั้งกลางวันและกลางคืน พระวิหารซึ่งพระองค์ตรัสว่า ‘นามของเราจะอยู่ที่นั่น’ เพื่อจะได้ทรงกรุณาสดับฟังเมื่อผู้รับใช้ของพระองค์อธิษฐานตรงต่อที่แห่งนี้ 30เมื่อผู้รับใช้และประชากรอิสราเอลของพระองค์อธิษฐานวิงวอนตรงต่อที่แห่งนี้ ขอทรงสดับฟังจากฟ้าสวรรค์อันเป็นที่ประทับของพระองค์ และเมื่อทรงสดับแล้ว ขอทรงโปรดยกโทษ

31“เมื่อผู้ใดทำผิดต่อเพื่อนบ้านและต้องสาบาน และเขามาสาบานหน้าแท่นบูชาในพระวิหารนี้ 32ขอทรงสดับฟังจากฟ้าสวรรค์และวินิจฉัย ขอทรงตัดสินความระหว่างผู้รับใช้ทั้งหลายของพระองค์ ขอทรงลงโทษคนผิดและให้สิ่งที่เขาทำตกแก่ตัวเขาเอง ส่วนผู้บริสุทธิ์ขอทรงประกาศว่าเขาไม่ผิด เป็นอันพิสูจน์ว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์

33“เมื่ออิสราเอลประชากรของพระองค์ทำบาปต่อพระองค์และถูกศัตรูพิชิต หากเขาหันกลับมาหาพระองค์ ร้องทูลออกพระนามของพระองค์ อธิษฐานและทูลวิงวอนต่อพระองค์ในวิหารแห่งนี้ 34ขอทรงสดับฟังจากฟ้าสวรรค์และอภัยบาปของเหล่าประชากรอิสราเอลของพระองค์ และนำเขากลับมายังดินแดนซึ่งพระองค์ประทานแก่บรรพบุรุษของเขา

35“เมื่อท้องฟ้าถูกปิดและไม่มีฝนเพราะประชากรของพระองค์ได้ทำบาปต่อพระองค์ เมื่อเขาอธิษฐานตรงต่อที่แห่งนี้ ร้องทูลออกพระนามของพระองค์ และหันจากบาปของตนเพราะพระองค์ได้ทรงลงโทษเขาแล้ว 36ขอทรงสดับฟังจากฟ้าสวรรค์และอภัยบาปของประชากรอิสราเอลผู้รับใช้ของพระองค์ ขอทรงสอนหนทางดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง และประทานฝนแก่ดินแดนซึ่งทรงยกให้เป็นมรดกของเหล่าประชากร

37“หากเกิดการกันดารอาหาร หรือโรคระบาดในดินแดน หรือโรคพืช หรือโรคราน้ำค้าง หรือตั๊กแตนบุกมาทำลาย หรือเหล่าศัตรูมาล้อมเมือง ไม่ว่าจะเป็นโรคหรือภัยพิบัติใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้น 38เมื่อมีคำอธิษฐานหรือคำทูลวิงวอนจากผู้ใดผู้หนึ่งในหมู่ประชากรอิสราเอลของพระองค์ ซึ่งแต่ละคนย่อมรู้ถึงความทุกข์ใจของตนดี และชูมือขึ้นตรงต่อพระวิหารแห่งนี้ 39ขอทรงสดับฟังจากฟ้าสวรรค์ที่ประทับของพระองค์ ขอทรงอภัยโทษและทรงจัดการกับแต่ละคนตามการกระทำของเขา เนื่องจากพระองค์ทรงรู้จักจิตใจของเขา (เพราะพระองค์เท่านั้นทรงทราบจิตใจของมนุษย์ทั้งปวง) 40เพื่อเขาจะยำเกรงพระองค์ตลอดเวลาที่เขาอาศัยอยู่ในแผ่นดินซึ่งพระองค์ประทานแก่บรรพบุรุษของเรา

41“ส่วนคนต่างชาติซึ่งไม่ใช่อิสราเอลประชากรของพระองค์ แต่ได้มาจากแดนไกลเนื่องด้วยพระนามของพระองค์ 42เพราะผู้คนจะได้ยินถึงพระนามอันยิ่งใหญ่ พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ และพระกรที่เหยียดออกของพระองค์ เมื่อเขามาอธิษฐานตรงต่อพระวิหารนี้ 43ขอทรงสดับฟังจากฟ้าสวรรค์ที่ประทับของพระองค์และขอทรงตอบคำอธิษฐานที่คนต่างชาติผู้นั้นได้ทูลขอพระองค์ เพื่อมวลประชาชาติในโลกจะรู้จักพระนามของพระองค์ และยำเกรงพระองค์เช่นเดียวกับอิสราเอลประชากรของพระองค์เอง และรู้ว่าข้าพระองค์ได้สร้างพระนิเวศแห่งนี้เพื่อพระนามของพระองค์

44“เมื่อพระองค์ทรงใช้ประชากรของพระองค์ออกไปรบกับศัตรูไม่ว่าที่ใด และเขาอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้ามุ่งตรงมายังนครนี้ที่ทรงเลือกสรรไว้ และยังพระวิหารแห่งนี้ซึ่งข้าพระองค์สร้างขึ้นเพื่อพระนามของพระองค์ 45ขอทรงสดับฟังคำอธิษฐานและคำทูลวิงวอนของเขาจากฟ้าสวรรค์และขอทรงช่วยเหลือเขา

46“เมื่อพวกเขาทำบาปต่อพระองค์ (เพราะมีใครบ้างที่ไม่ทำบาปเลย) แล้วพระองค์ทรงพระพิโรธเขาและยอมให้ศัตรูพิชิตเขา นำเขาไปเป็นเชลยในต่างแดน ไม่ว่าใกล้หรือไกล 47และถ้าเขากลับใจได้ในแดนเชลย สำนึกผิด ทูลวิงวอนต่อพระองค์ในดินแดนนั้นและทูลว่า ‘ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ทำบาป ข้าพระองค์ทั้งหลายผิดไปแล้ว และข้าพระองค์ทั้งหลายได้ประพฤติชั่ว’ 48และหากเขาหันกลับมาหาพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจในแดนเชลย และอธิษฐานตรงมายังดินแดนแห่งนี้ซึ่งพระองค์ประทานแก่บรรพบุรุษ ตรงมายังนครซึ่งพระองค์ทรงเลือกสรรและยังพระวิหารแห่งนี้ซึ่งข้าพระองค์ได้สร้างขึ้นเพื่อพระนามของพระองค์ 49ก็ขอทรงสดับฟังคำอธิษฐานและคำวิงวอนของเขาจากฟ้าสวรรค์อันเป็นที่ประทับของพระองค์และขอทรงช่วยเหลือเขา 50แล้วขอทรงอภัยโทษแก่ประชากรผู้ได้ทำบาปต่อพระองค์และยกโทษการล่วงละเมิดของพวกเขา ขอทรงกระทำให้ผู้ที่มีชัยเหนือเขานั้นเมตตาเขา 51เพราะเขาเป็นประชากรของพระองค์และเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงนำเขาออกมาจากอียิปต์ออกจากเตาหลอมเหล็ก

52“ขอให้พระเนตรของพระองค์เปิดอยู่ และพระกรรณของพระองค์สดับฟังคำทูลวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์ และอิสราเอลประชากรของพระองค์ ขอทรงสดับฟังทุกเมื่อที่เขาร้องทูลต่อพระองค์ 53เพราะพระองค์ทรงแยกเขาออกมาจากประชาชาติทั้งปวงในโลก เพื่อเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต ตามที่ทรงประกาศไว้ผ่านทางโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงนำบรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลายออกมาจากอียิปต์”

54เมื่อโซโลมอนทรงอธิษฐานทูลวิงวอนต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าดังนี้แล้ว ก็ทรงลุกขึ้นจากหน้าแท่นบูชาขององค์พระผู้เป็นเจ้า ที่ทรงคุกเข่าและชูพระหัตถ์ขึ้นสู่ฟ้าสวรรค์ 55พระองค์ประทับยืนและอวยพรประชากรอิสราเอลทั้งปวงด้วยพระสุรเสียงอันดังว่า

56“สรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ประทานการหยุดพักแก่อิสราเอลประชากรของพระองค์ตามที่ทรงสัญญาไว้ คำมั่นสัญญาล้ำเลิศซึ่งประทานผ่านทางโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์นั้น ไม่มีสักคำเดียวที่ล้มเหลวไป 57ขอให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราสถิตกับเราเหมือนที่สถิตกับเหล่าบรรพบุรุษของเรา ขออย่าได้ทรงทอดทิ้งหรือละจากเราเลย 58ขอทรงหันใจของเรามาหาพระองค์ให้ดำเนินในทางทั้งปวงของพระองค์ และปฏิบัติตามคำบัญชา กฎหมาย และกฎระเบียบที่ทรงให้ไว้แก่เหล่าบรรพบุรุษของเรา 59และขอให้คำอธิษฐานที่ข้าพเจ้าได้กล่าวต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้านี้อยู่ใกล้พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราเสมอไปทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อพระองค์จะทรงช่วยเหลือผู้รับใช้ของพระองค์และอิสราเอลประชากรของพระองค์ตามความจำเป็นในแต่ละวันของเรา 60เพื่อชนชาติทั้งหลายทั่วโลกจะได้ทราบว่าพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าและไม่มีพระเจ้าอื่นใดเลย 61แต่จิตใจของท่านจะต้องยอมจำนนอย่างสิ้นเชิงต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา ที่จะดำเนินชีวิตตามกฎหมายและเชื่อฟังพระบัญชาของพระองค์ดังเช่นขณะนี้”

การถวายพระวิหาร

(2พศด.7:1-10)

62จากนั้นกษัตริย์และอิสราเอลทั้งปวงที่อยู่กับพระองค์ถวายเครื่องบูชาต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้า 63โซโลมอนทรงถวายเครื่องสันติบูชาแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า คือวัวผู้ 22,000 ตัว แกะและแพะ 120,000 ตัว เป็นอันว่ากษัตริย์และปวงชนอิสราเอลได้ถวายพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า

64ในวันนั้นกษัตริย์ทรงประกอบพิธีชำระส่วนกลางของลานหน้าพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้าและถวายเครื่องเผาบูชา ธัญบูชา และไขมันของเครื่องสันติบูชาที่นั่น เพราะแท่นทองสัมฤทธิ์ต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้านั้นเล็กเกินไปสำหรับเครื่องเผาบูชา ธัญบูชา และไขมันของเครื่องสันติบูชา

65โซโลมอนทรงร่วมพิธีฉลองกับประชากรอิสราเอลทั้งหมดที่นั่น ซึ่งเป็นการชุมนุมประชากรครั้งใหญ่ ผู้คนจากเลโบฮามัท8:65 หรือจากทางเข้าสู่ฮามัทจดลำน้ำแห่งอียิปต์พากันมาเฉลิมฉลองต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเราตลอดเจ็ดวัน แล้วฉลองต่ออีกเจ็ดวัน รวมเป็นสิบสี่วัน 66ในวันรุ่งขึ้น โซโลมอนทรงอำลาเหล่าประชากร พวกเขากล่าวถวายพระพร แล้วกลับบ้านด้วยจิตใจเบิกบานยินดีในสิ่งดีงามทั้งปวง ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงกระทำเพื่อดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์และอิสราเอลประชากรของพระองค์

Священное Писание (Восточный перевод), версия с «Аллахом»

3 Царств 8:1-66

Перенесение сундука соглашения в храм

(2 Лет. 5:2–6:2)

1Сулейман созвал к себе в Иерусалим старейшин Исраила, всех глав исраильских родов и кланов, чтобы перенести сундук соглашения с Вечным из Города Давуда, то есть Сиона, в храм8:1 Городом Давуда или Сионом называли старую часть города, откуда сундук соглашения был перенесён в храм, находившийся в новой, северной части Иерусалима.. 2И все исраильтяне собрались у царя Сулеймана во время праздника Шалашей8:2 Праздник Шалашей – иудейский праздник в память о попечении Аллаха во время скитаний в пустыне (см. Лев. 23:33-43; Чис. 29:12-39; Втор. 16:13-17). в седьмом месяце, в месяце етаниме (в начале осени).

3Когда прибыли старейшины Исраила, священнослужители подняли сундук Вечного 4и понесли его и шатёр встречи со всей его священной утварью. Священнослужители и левиты несли их, 5а царь Сулейман и всё общество исраильтян, которое собралось вокруг него, шли перед сундуком и приносили в жертву столько мелкого и крупного скота, что его невозможно было ни пересчитать, ни исчислить.

6Священнослужители принесли сундук соглашения с Вечным на его место во внутреннее святилище храма, в Святая Святых, и поставили его под крыльями херувимов. 7Херувимы простирали свои крылья над местом сундука и накрывали сундук и шесты для его переноски. 8Эти шесты были такие длинные, что их концы было видно со святилища, находящегося перед Святая Святых, но снаружи их не было видно. Они находятся там и по сегодняшний день. 9В сундуке же ничего не было, кроме двух каменных плиток, которые Муса положил в него у горы Синай8:9 Букв.: «у Хорива». Хорив – другое название горы Синай., где Вечный заключил с исраильтянами соглашение после того, как они вышли из Египта.

10Когда священнослужители вышли из святилища, храм Вечного наполнило облако, 11и священнослужители не могли совершать службу из-за облака, потому что слава Вечного наполнила Его храм.

12И Сулейман сказал:

– Вечный сказал, что будет обитать в густом облаке. 13Я построил для Тебя величественный храм – место, чтобы Тебе обитать там вечно.

Обращение Сулеймана к народу

(2 Лет. 6:3-11)

14Когда всё собрание исраильтян стояло там, царь повернулся и благословил их. 15Затем он сказал:

– Хвала Вечному, Богу Исраила, Который Своей рукой исполнил то, что Своими устами обещал моему отцу Давуду! Ведь Он говорил: 16«Со дня, когда Я вывел Мой народ из Египта, Я не избирал города ни в одном из родов Исраила, чтобы там построить храм для поклонения Мне, но избрал Давуда, чтобы он правил Моим народом Исраилом».

17Мой отец Давуд думал построить храм для поклонения Вечному, Богу Исраила. 18Но Вечный сказал ему: «Ты задумал построить храм для поклонения Мне, и хорошо сделал, что задумал это. 19Но не ты построишь храм, а твой сын, твоя плоть и кровь, построит храм для поклонения Мне».

20Вечный исполнил Своё обещание. Я сейчас сижу на троне Исраила, который унаследовал от своего отца Давуда, как Вечный и обещал, и я построил храм для поклонения Вечному, Богу Исраила. 21Я устроил там место для сундука, в котором находится священное соглашение, которое Вечный заключил с нашими предками, когда вывел их из Египта.

Молитва Сулеймана при освящении храма

(2 Лет. 6:12-40)

22Сулейман встал перед жертвенником Вечного, перед всем собранием исраильтян, воздел руки к небу 23и сказал:

– Вечный, Бог Исраила! Нет Бога, подобного Тебе, на небесах вверху или на земле внизу. Ты хранишь соглашение любви с Твоими рабами, которые от всего сердца следуют Твоим путям. 24Ты сдержал Своё обещание, данное Твоему рабу Давуду, моему отцу. Ты произнёс его Своими устами и сегодня Своей рукой исполнил его.

25И теперь, Вечный, Бог Исраила, исполни обещание, которое Ты дал Твоему рабу Давуду, моему отцу, сказав: «Не исчезнет у тебя преемник, сидящий предо Мной на троне Исраила, если только твои сыновья будут держаться верного пути, слушаясь Меня, как слушался ты». 26И теперь, Бог Исраила, пусть исполнится слово, которое Ты дал Твоему рабу Давуду!

27Но будет ли Аллах действительно обитать на земле? Небеса, даже небеса небес, не могут вместить Тебя. Что же говорить об этом храме, который я построил! 28Но услышь мою смиренную молитву и мольбу о милости, Вечный, мой Бог! Услышь вопль и молитву, которой молится сегодня пред Тобой Твой раб. 29Пусть днём и ночью взор Твой будет обращён на этот храм, на это место, о котором Ты сказал: «Здесь будут поклоняться Мне». Услышь молитву, которой Твой раб станет молиться, обращая свой взор к этому месту. 30Услышь мою смиренную мольбу и мольбу Твоего народа Исраила, когда мы станем молиться, обращая свой взор к этому месту. Услышь с небес, с места Твоего обитания, и, услышав, прости.

31Если человек причинит своему ближнему зло, и потребуют от него клятвы, и он придёт и даст клятву перед Твоим жертвенником в этом храме, 32то услышь с небес и воздай. Суди между Твоими рабами и воздай виновному, обрушив на его же голову то, что он сделал, и оправдай невиновного, утвердив его правоту.

33Если Твой народ Исраил потерпит поражение от врагов из-за того, что согрешил против Тебя, но обратится к Тебе и исповедует Твоё имя, молясь и вознося мольбы пред Тобою в этом храме, 34то услышь с небес и прости грех Твоего народа Исраила и верни его обратно в ту землю, которую Ты дал ему и его предкам.

35Если небеса затворятся и не будет дождя из-за того, что Твой народ согрешил против Тебя, и он обратит молитву к этому месту, исповедует Твоё имя и отвернётся от своего греха, потому что Ты наказал его, 36то услышь с небес и прости грех Твоих рабов, Твоего народа Исраила. Научи их доброму пути, чтобы им ходить по нему, и пошли дождь на землю, которую Ты дал в наследие Твоему народу.

37Если землю поразят голод или мор, знойный ветер или плесень, саранча или гусеницы или если враги осадят один из городов Исраила – какая бы ни пришла беда или болезнь, – 38то какую бы молитву, какую бы мольбу ни вознёс один человек или весь Твой народ Исраил, когда все они почувствуют свою скорбь и горесть и будут простирать руки к этому храму, 39услышь с небес, места Твоего обитания. Прости и воздай каждому по его делам, потому что Ты знаешь его сердце (ведь Ты один знаешь человеческие сердца), 40чтобы они боялись Тебя всё то время, что они будут жить на земле, которую Ты дал нашим предкам.

41Также и чужеземца, который не из Твоего народа Исраила, но который пришёл из далёкой земли ради Твоего имени 42(ведь люди услышат о Твоём великом имени и о Твоей могучей и простёртой руке), когда он придёт и обратит свою молитву к этому храму, 43то услышь с небес, с места Твоего обитания, и сделай всё, о чём Тебя попросит чужеземец, чтобы все народы на земле узнали Твоё имя и боялись Тебя, как Твой народ Исраил, и узнали, что в этом доме, который я построил, Ты пребываешь.

44Когда Твой народ пойдёт воевать с врагами, каким бы путём Ты его ни повёл, и когда он станет молиться Тебе, Вечный, обратясь к этому городу, который Ты избрал, и к храму, который я построил для поклонения Тебе, 45то услышь с небес его молитвы и мольбы и приди к нему на помощь.

46Если Твой народ согрешит против Тебя – ведь нет никого, кто бы не грешил, – и Ты разгневаешься на него и отдашь его врагам, которые уведут его пленником в свою землю, будь она далеко или близко, 47то если Твой народ переменится сердцем в земле, где будет пленником, если покается, станет молить Тебя в земле своего плена, говоря: «Мы согрешили, мы сотворили зло и поступали неправедно», 48если Твой народ обратится к Тебе от всего сердца и от всей души в земле врагов, которые пленили его, и станет молиться Тебе, обращаясь к земле, которую Ты дал его предкам, к городу, который Ты избрал, и к храму, который я построил для поклонения Тебе, – 49то услышь с небес, места Твоего обитания, его молитвы и мольбы и приди к нему на помощь. 50Прости тогда Твой народ, который согрешил против Тебя! Прости все преступления, которые он против Тебя совершил, и заставь пленивших его быть к нему милостивыми, 51ведь он – Твой народ, Твоё наследие, которое Ты вывел из Египта, из этого плавильного горна.

52Пусть Твои глаза будут открыты к моим смиренным мольбам и мольбам Твоего народа Исраила, чтобы Тебе слышать его всегда, когда он будет взывать к Тебе. 53Ведь Ты отделил его от других народов земли Себе в наследие, как Ты, Владыка Вечный, и возвестил через Твоего раба Мусу, когда вывел наших предков из Египта.

Благословение народа

54Закончив эту молитву и прошение Вечному, Сулейман поднялся от жертвенника Вечного, где он стоял на коленях, воздев руки к небесам. 55Он встал и благословил всё собрание исраильтян, громким голосом сказав:

56– Хвала Вечному, Который даровал покой Своему народу Исраилу, как Он и обещал. Ни одно слово из всех добрых обещаний, которые Он дал через Своего раба Мусу, не осталось неисполненным. 57Пусть Вечный, наш Бог, будет с нами, как Он был с нашими отцами. Пусть Он никогда не оставит нас и не покинет. 58Пусть Он обратит к Себе наши сердца, чтобы мы ходили Его путями и хранили повеления, установления и законы, которые Он дал нашим отцам. 59Пусть эти слова, которыми я молился перед Вечным, будут близки к Вечному днём и ночью, чтобы Он каждый день давал необходимое мне и Своему народу Исраилу, 60чтобы все народы на земле узнали, что Вечный – это Бог, и нет другого. 61А ваши сердца пусть будут всецело преданы Вечному, вашему Богу, чтобы вам жить по Его установлениям и исполнять Его повеления, как сейчас.

Освящение храма

(2 Лет. 7:4-10)

62Затем царь и с ним все исраильтяне стали приносить жертвы Вечному. 63Сулейман принёс Вечному в жертву примирения двадцать две тысячи голов крупного скота и сто двадцать тысяч мелкого. Так царь и все исраильтяне освятили храм Вечному.

64В тот же день царь освятил среднюю часть двора перед храмом Вечного и принёс там всесожжения, хлебные приношения и жир жертв примирения, потому что бронзовый жертвенник, что перед Вечным, был слишком мал для всесожжений, хлебных приношений и жира от жертв примирения.

65Сулейман, а с ним и весь Исраил – большое собрание жителей от Лево-Хамата8:65 Или: «от перевала в Хамат». на севере до речки на границе Египта на юге – отметили тогда праздник Шалашей. Они праздновали его перед Вечным, нашим Богом, семь дней и ещё семь дней, общим счётом четырнадцать дней. 66На восьмой день Сулейман отпустил народ. Люди благословили царя и разошлись по домам, радуясь и веселясь сердцем обо всём том благе, что Вечный сделал Своему рабу Давуду и Своему народу Исраилу.