เอเสเคียล 20 – TNCV & APSD-CEB

Thai New Contemporary Bible

เอเสเคียล 20:1-49

อิสราเอลจอมกบฏ

1ในวันที่สิบเดือนที่ห้าของปีที่เจ็ดผู้อาวุโสของอิสราเอลบางคนมาร้องขอต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าและมานั่งอยู่ตรงหน้าข้าพเจ้า

2แล้วพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าว่า 3“บุตรมนุษย์เอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาผู้อาวุโสของอิสราเอลว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้ว่า เจ้ามาถามเราหรือ? เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เราจะไม่ยอมให้เจ้ามาถามอะไรเราฉันนั้น พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศดังนั้น’

4“เจ้าจะพิพากษาพวกเขาหรือ? เจ้าจะพิพากษาพวกเขาหรือ บุตรมนุษย์เอ๋ย? ถ้าเช่นนั้น จงกล่าวโทษเรื่องความประพฤติอันน่าชิงชังของบรรพบุรุษของพวกเขา 5จงบอกพวกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้ว่า ในวันที่เราเลือกอิสราเอล เราชูมือขึ้นกล่าวปฏิญาณแก่ลูกหลานของพงศ์พันธุ์ของยาโคบและแสดงตัวแก่พวกเขาในอียิปต์ เราชูมือขึ้นกล่าวกับพวกเขาว่า “เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้า” 6ในวันนั้นเราปฏิญาณต่อพวกเขาว่า เราจะนำพวกเขาออกจากอียิปต์ไปสู่ดินแดนที่เราสรรหาให้พวกเขา เป็นดินแดนที่อุดมด้วยน้ำนมและน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นดินแดนอันงดงามที่สุด 7และเรากล่าวแก่พวกเขาว่า “เจ้าทุกคน จงกำจัดเทวรูปอันชั่วช้าสามานย์ที่เจ้าหมายพึ่งและอย่าปล่อยตัวให้เป็นมลทินด้วยบรรดารูปเคารพของอียิปต์ เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า”

8“ ‘แต่พวกเขาก็กบฏต่อเราและไม่ยอมฟังเรา เขาไม่ได้กำจัดเทวรูปอันชั่วช้าสามานย์ที่ตนหมายพึ่ง ทั้งไม่ได้ละทิ้งรูปเคารพของอียิปต์ ฉะนั้นเราจึงได้ลั่นวาจาว่าจะระบายโทสะอันรุนแรงลงเหนือพวกเขาในอียิปต์ 9แต่เพื่อเห็นแก่นามของเรา เราทำสิ่งที่จะป้องกันไม่ให้นามของเราเป็นที่ลบหลู่ในสายตาของชนชาติทั้งหลายที่พวกเขาอาศัยอยู่ด้วย และที่ได้เห็นเราแสดงตัวแก่อิสราเอลโดยการนำพวกเขาออกมาจากอียิปต์ 10ฉะนั้นเราจึงนำอิสราเอลออกมาจากอียิปต์ พาเข้าสู่ถิ่นกันดาร 11เรามอบกฎหมายของเราแก่เขา และให้พวกเขาเรียนรู้บทบัญญัติของเรา ซึ่งผู้ประพฤติตามจะดำรงชีวิตอยู่โดยบทบัญญัติเหล่านั้น 12และเราได้มอบวันสะบาโตแก่พวกเขา เป็นหมายสำคัญระหว่างเราทั้งสองฝ่าย เพื่อพวกเขาจะรู้ว่าเราผู้เป็นพระยาห์เวห์ได้ทำให้พวกเขาบริสุทธิ์

13“ ‘ถึงอย่างนั้นชนชาติอิสราเอลก็กบฏต่อเราในถิ่นกันดาร พวกเขาไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายของเรา แต่ละคนทิ้งบทบัญญัติของเรา แม้ว่าผู้ที่ประพฤติตามจะดำรงชีวิตอยู่โดยบทบัญญัตินั้น พวกเขาทำให้สะบาโตของเรามัวหมองที่สุด ฉะนั้นเราจึงลั่นวาจาว่าจะระบายโทสะลงเหนือพวกเขา และทำลายล้างพวกเขาในถิ่นกันดาร 14แต่เพื่อเห็นแก่นามของเรา เราจึงปกป้องนามของเราไว้ ไม่ให้เป็นที่ดูหมิ่นในสายตาของชนชาติทั้งหลายซึ่งเห็นเรานำอิสราเอลออกมา 15และเราชูมือปฏิญาณในถิ่นกันดารว่าจะไม่นำพวกเขาเข้าสู่ดินแดนซึ่งเรามอบให้ ดินแดนอันงดงามที่สุด อุดมด้วยน้ำนมและน้ำผึ้ง 16เนื่องจากพวกเขาละทิ้งบทบัญญัติของเรา ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายของเรา และทำให้สะบาโตของเรามัวหมอง เพราะจิตใจของเขาฝักใฝ่ในรูปเคารพ 17ถึงกระนั้นเราก็เหลียวแลพวกเขาด้วยความสงสาร ไม่ได้ทำลายล้างพวกเขา หรือให้พวกเขาถึงจุดจบในถิ่นกันดาร 18เรากล่าวแก่ลูกหลานของพวกเขาในถิ่นกันดารว่า “อย่าประพฤติตามกฎเกณฑ์ของบรรพบุรุษของเจ้า หรือทำตามบทบัญญัติของพวกเขา หรือทำตัวเป็นมลทินด้วยรูปเคารพทั้งหลายของพวกเขา 19เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า จงปฏิบัติตามกฎหมายของเรา และรักษาบทบัญญัติของเราอย่างถี่ถ้วน 20จงรักษาสะบาโตของเราให้บริสุทธิ์ เพื่อจะเป็นหมายสำคัญระหว่างเรากับเจ้า เพื่อเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า”

21“ ‘แต่ลูกหลานนั้นก็กบฏต่อเรา พวกเขาไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายของเรา ไม่ได้ใส่ใจรักษาบทบัญญัติของเรา แม้ว่าผู้ที่ปฏิบัติตามจะดำรงชีวิตอยู่ได้โดยบทบัญญัติเหล่านั้น พวกเขาทำให้สะบาโตของเรามัวหมอง เราจึงลั่นวาจาไว้ว่าเราจะเทโทสะอันรุนแรงลงบนพวกเขาและระบายความโกรธต่อพวกเขาในถิ่นกันดาร 22แต่เราก็ยั้งมือไว้เพื่อเห็นแก่นามของเรา เราจึงปกป้องนามของเราไว้ไม่ให้เป็นที่ดูหมิ่นในสายตาของชนชาติทั้งหลายซึ่งเห็นเรานำอิสราเอลออกมา 23และเราชูมือปฏิญาณต่อพวกเขาในถิ่นกันดารว่า เราจะทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปยังชนชาติและประเทศต่างๆ 24เพราะพวกเขาไม่ได้เชื่อฟังบทบัญญัติของเรา แต่ได้ละทิ้งกฎหมายของเรา และทำให้สะบาโตของเรามัวหมอง ทั้งยังมีตากระสันหารูปเคารพทั้งหลายของบรรพบุรุษของพวกเขา 25เราทิ้งพวกเขาไว้กับกฎเกณฑ์ที่ไม่ดีและกับบทบัญญัติซึ่งไม่ช่วยให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ได้ 26เราปล่อยให้พวกเขาเป็นมลทินโดยการถวายลูกหัวปีแก่รูปเคารพ20:26 หรือโดยให้ลูกหัวปีทุกคนลุยไฟเพื่อเราจะทำให้พวกเขาสยดสยอง พวกเขาจะได้รู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์’

27“ฉะนั้น บุตรมนุษย์เอ๋ย จงบอกประชากรอิสราเอลว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้ว่า ในเรื่องนี้บรรพบุรุษของพวกเจ้าก็ยังได้หมิ่นประมาทเราโดยการละทิ้งเรา 28เมื่อเรานำพวกเขาเข้าสู่ดินแดนที่เราปฏิญาณไว้ว่าจะมอบให้พวกเขา และพวกเขาเห็นภูเขาสูงหรือต้นไม้ใบดก พวกเขาก็ถวายเครื่องบูชาต่างๆ ถวายเครื่องหอมและเทเครื่องดื่มบูชา พวกเขาถวายเครื่องเซ่นสังเวยต่างๆ ยั่วโทสะเรา 29เราจึงกล่าวแก่พวกเขาดังนี้ว่า สถานบูชาบนที่สูงที่พวกเจ้าไปนั้นคืออะไรกัน?’ ” (เขาจึงเรียกกันว่าบามาห์20:29 แปลว่า ที่สูงตราบจนทุกวันนี้)

การพิพากษาและการกลับสู่สภาพดี

30“ฉะนั้นจงกล่าวแก่พงศ์พันธุ์อิสราเอลว่า ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้ว่า เจ้าจะทำตัวเป็นมลทินแบบเดียวกับบรรพบุรุษ และกระสันหาเหล่าเทวรูปอันชั่วช้าสามานย์ของพวกเขาหรือ? 31เมื่อเจ้าเซ่นสังเวยโดยให้ลูกชายของเจ้าเป็นเครื่องบูชาในกองไฟ20:31 หรือให้ลูกชายของเจ้าลุยไฟ เจ้าก็ยังคงปล่อยตัวเป็นมลทินด้วยรูปเคารพตราบจนทุกวันนี้ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เราควรยอมให้เจ้ามาถามเราหรือ? พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เราจะไม่ยอมให้เจ้ามาถามเราฉันนั้น

32“ ‘เจ้ากล่าวว่า “เราอยากเป็นเหมือนประชาชาติ เหมือนชนชาติต่างๆ ในโลกที่ปรนนิบัติไม้และหิน” แต่สิ่งที่เจ้าคิดหมายไว้ในใจจะไม่มีวันเป็นไปได้ 33พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เราจะปกครองเจ้าด้วยมืออันทรงพลัง ด้วยแขนที่เหยียดออก และด้วยโทสะที่ระบายลงมาฉันนั้น 34เราจะนำเจ้ามาจากชาติต่างๆ และรวบรวมเจ้าออกมาจากนานาประเทศที่เจ้าถูกทำให้กระจัดกระจายไปด้วยมืออันทรงพลัง ด้วยแขนที่เหยียดออก และด้วยโทสะที่ระบายลงมา 35เราจะนำเจ้าเข้าสู่ถิ่นกันดารของชนชาติต่างๆ และเราจะพิพากษาลงโทษเจ้าซึ่งๆ หน้าที่นั่น 36เราพิพากษาบรรพบุรุษของเจ้าในถิ่นกันดารของอียิปต์อย่างไร เราจะพิพากษาเจ้าอย่างนั้น พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศดังนั้น 37เราจะนับเจ้าขณะเจ้าผ่านไปใต้คทาของเรา และจะนำเจ้าเข้าสู่ข้อผูกมัดแห่งพันธสัญญา 38เราจะชำระและแยกเจ้าออกมาจากบรรดาผู้ที่กบฏและทรยศเรา แม้ว่าเราจะนำคนเหล่านั้นออกมาจากดินแดนที่เขาอาศัยอยู่ แต่เขาจะไม่ได้เข้าในแผ่นดินอิสราเอล เมื่อนั้นเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์

39“ ‘พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้ว่า พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย ฝ่ายเจ้าจงไปปรนนิบัติรูปเคารพต่างๆ ของเจ้าเถิด เจ้าทุกคนนี่แหละ! แต่ภายหลังเจ้าจะฟังเราอย่างแน่นอน และไม่ลบหลู่นามอันบริสุทธิ์ของเราด้วยของถวายและรูปเคารพทั้งหลายของเจ้าอีกต่อไป 40พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศว่า พงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหมดจะปรนนิบัติเราบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเรา บนภูเขาสูงแห่งอิสราเอล เราจะยอมรับพวกเขาที่นั่น เราประสงค์เครื่องบูชาและของถวายที่คัดมาอย่างดีที่สุด20:40 หรือและการถวายผลแรกของเจ้าพร้อมทั้งเครื่องบูชาอันบริสุทธิ์ทุกอย่างของเจ้า 41เราจะรับเจ้าไว้เป็นเครื่องหอมเมื่อเรานำเจ้าออกมาจากประชาชาติต่างๆ และรวบรวมเจ้าออกมาจากนานาประเทศที่เราทำให้เจ้ากระจัดกระจายออกไปนั้น เราจะแสดงให้เห็นความบริสุทธิ์ของเราในหมู่พวกเจ้าต่อหน้าประชาชาติทั้งหลาย 42เมื่อนั้นเจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์ เมื่อเรานำเจ้าเข้าสู่ดินแดนอิสราเอล คือดินแดนที่เราได้ชูมือขึ้นปฏิญาณไว้ว่าจะยกให้แก่บรรพบุรุษของเจ้า 43เจ้าจะหวนระลึกถึงความประพฤติและการกระทำทุกอย่างที่เจ้าทำให้ตัวเองเป็นมลทินที่นั่น และเจ้าจะเกลียดตัวเองเพราะความชั่วร้ายทั้งปวงที่เจ้าได้ทำลงไป 44วงศ์วานอิสราเอลเอ๋ย เจ้าจะรู้ว่าเราคือพระยาห์เวห์ เมื่อเราจัดการกับเจ้าโดยเห็นแก่นามของเรา ไม่ใช่ตามวิถีชั่วร้ายและความประพฤติอันเสื่อมทรามของเจ้า พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตประกาศดังนั้น’ ”

คำพยากรณ์กล่าวโทษเมืองทางใต้

45พระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าว่า 46“บุตรมนุษย์เอ๋ย จงหันหน้าไปยังทิศใต้ กล่าวตำหนิเมืองทางใต้และพยากรณ์กล่าวโทษป่าไม้ของแดนใต้ 47จงกล่าวแก่ป่าไม้แดนใต้ว่า ‘จงฟังพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้า พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสดังนี้ว่า เรากำลังจะจุดไฟเผาเจ้า ซึ่งจะเผาผลาญต้นไม้ทุกต้นของเจ้า ทั้งที่เขียวสดและเหี่ยวแห้ง เปลวไฟลุกจ้าจะไม่ดับ และทุกใบหน้าจากทิศใต้ไปถึงทิศเหนือจะถูกไฟนั้นแผดเผา 48ทุกๆ คนจะเห็นว่า เราผู้เป็นพระยาห์เวห์ได้จุดไฟนั้น มันจะไม่ดับลง’ ”

49แล้วข้าพเจ้ากราบทูลว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต! พวกเขากำลังกล่าวเกี่ยวกับข้าพเจ้าว่า ‘เขาเพียงแต่กำลังกล่าวคำอุปมาไม่ใช่หรือ?’ ”

Ang Pulong Sa Dios

Ezekiel 20:1-49

Ang mga Masinupakon nga mga Israelinhon

1Sa ikanapulo nga adlaw sa ikalima nga bulan, sa ikapito nga tuig sa amo nga pagkabihag, may pipila ka mga pangulo sa Israel nga mianhi kanako ug milingkod sa akong atubangan aron sa pagpangayo ug mensahe gikan sa Ginoo. 2Miingon ang Ginoo kanako, 3“Tawo, ingna ang mga pangulo sa Israel nga ako, ang Ginoo nga Dios, nagaingon: ‘Mianhi ba kamo aron sa pagpangayo ug mensahe gikan kanako? Ako, ang Ginoo nga Dios nga buhi, nanumpa nga dili ko kamo hatagan ug mensahe.’

4“Tawo, hukmi sila. Ipaamgo sila sa mangil-ad nga mga butang nga gihimo sa ilang mga katigulangan. 5Ingna sila nga ako, ang Ginoo nga Dios, nagaingon: ‘Sa dihang gipili ko ang Israel nga mga kaliwat ni Jacob, ug gipaila ko ang akong kaugalingon kanila didto sa Ehipto, nanumpa ako kanila nga nagaingon, “Ako mao ang Ginoo nga inyong Dios.” 6Ug niadtong adlawa usab nanumpa ako nga pagawason ko sila gikan sa Ehipto ug dad-on ngadto sa yuta nga gipili ko alang kanila—usa ka maayo ug mabungahon nga yuta,20:6 maayo… yuta: sa Hebreo, yuta nga nagaagas ang gatas ug dugos. Mao usab sa bersikulo 15. ang labing maayo nga yuta sa tanan. 7Unya miingon ako kanila, “Isalikway na ninyo ang inyong mangil-ad nga mga dios-dios. Ayaw ninyo hugawi ang inyong kaugalingon pinaagi sa pagsimba sa mga dios-dios sa Ehipto, kay ako mao ang Ginoo nga inyong Dios.”

8“ ‘Apan misupak sila kanako, ug wala sila mamati. Wala nila isalikway ang mangil-ad nga mga dios-dios sa Ehipto. Busa miingon ako nga ipatagamtam ko kanila ang akong labihan nga kasuko didto sa Ehipto. 9Apan wala ko kini himoa kay gipanalipdan ko ang akong ngalan aron dili kini panamastamasan sa mga nasod sa palibot sa Israel nga nakahibalo nga nagpadayag ako ngadto sa mga Israelinhon nga pagawason ko sila gikan sa Ehipto. 10Busa gipagawas ko sila gikan sa Ehipto ug gidala sa kamingawan. 11Didto, gihatag ko kanila ang akong mga sugo ug mga lagda nga angay nilang tumanon aron padayon silang mabuhi. 12Gipatuman ko usab kanila ang Adlaw nga Igpapahulay ingon nga ilhanan sa amo nga kasabotan. Kini magpahinumdom kanila nga ako, ang Ginoo, nagpili kanila nga mahimo nga akong katawhan.

13“ ‘Apan misupak kanako ang katawhan sa Israel didto sa kamingawan. Wala nila tumana ang akong mga pagtulon-an ug mga lagda. Kon gituman lang unta nila kini, padayon silang mabuhi. Wala gyud nila pakabalaana ang Adlaw nga Igpapahulay nga gipatuman ko kanila. Busa miingon ako nga ipatagamtam ko kanila ang akong kasuko aron malaglag sila sa hingpit didto sa kamingawan. 14Apan wala ko kini himoa tungod kay maulawan ang akong ngalan sa mga nasod nga nakahibalo nga gipagawas ko ang mga Israelinhon gikan sa Ehipto. 15Nanumpa usab ako kanila didto sa kamingawan nga dili ko sila dad-on didto sa yuta nga akong gihatag kanila—ang maayo ug mabungahon nga yuta, ang labing maayo nga yuta sa tanan. 16Gipanumpa ko kini kanila tungod kay wala nila tumana ang akong mga pagtulon-an ug mga lagda, ug wala nila pakabalaana ang Adlaw nga Igpapahulay nga akong gipatuman kanila. Gipalabi pa nila ang pagsimba sa ilang mga dios-dios.

17“ ‘Apan bisan pa niini nga ilang gihimo, gikaloy-an ko gihapon sila, ug wala ko sila laglaga sa hingpit didto sa kamingawan. 18Giingnan ko ang ilang mga anak didto sa kamingawan, “Ayaw ninyo sunda ang mga tulumanon ug mga lagda sa inyong mga ginikanan, ug ayaw ninyo hugawi ang inyong kaugalingon pinaagi sa pagsimba sa ilang mga dios-dios. 19Ako mao ang Ginoo nga inyong Dios. Tumana ninyo pag-ayo ang akong mga pagtulon-an ug mga lagda. 20Pakabalaana ninyo ang Adlaw nga Igpapahulay kay kini ilhanan sa atong kasabotan, ug kini magpahinumdom kaninyo nga ako mao ang Ginoo nga inyong Dios.”

21“ ‘Apan bisan ang mga kabataan misupak usab kanako. Wala nila tumana ang akong mga pagtulon-an ug mga lagda. Kon tumanon lang unta nila kini, padayon unta sila nga mabuhi. Ug wala usab nila pakabalaana ang Adlaw nga Igpapahulay nga akong gipatuman kanila. Busa miingon ako nga ipatagamtam ko ang akong labihang kasuko kanila didto sa kamingawan. 22Apan wala ko kini himoa tungod kay maulawan ang akong ngalan sa mga nasod nga nakahibalo nga gipagawas ko ang mga Israelinhon gikan sa Ehipto. 23Apan nanumpa usab ako kanila didto sa kamingawan nga katagon ko sila ngadto sa nagkalain-laing mga nasod, 24tungod kay wala nila tumana ang akong mga pagtulon-an ug mga lagda, ug wala nila pakabalaana ang Adlaw nga Igpapahulay nga akong gipatuman kanila. Gipalabi pa hinuon nila ang pagsimba sa mga dios-dios sa ilang mga katigulangan. 25Busa gipasagdan ko sila nga magtuman sa mga tulumanon ug mga lagda nga dili maayo ug dili makahatag kanilag maayo nga kinabuhi. 26Gipasagdan ko usab sila nga hugaw-hugawan nila ang ilang kaugalingon pinaagi sa ilang paghalad sa mga dios-dios apil na ang paghalad nila sa ilang kamagulangang mga anak nga lalaki. Gitugotan ko kini aron malisang sila ug mahibaloan nila nga ako mao ang Ginoo.’

27“Busa tawo, ingna ang katawhan sa Israel nga ako, ang Ginoo nga Dios, nagaingon: Ang inyong mga katigulangan padayong nagpasipala ug nagsalikway kanako. 28Kay sa dihang gidala ko sila sa yuta nga akong gisaad nga ihatag kanila, naghalad silag mga halad, mga insenso, ug mga ilimnon didto sa matag taas nga bungtod ug sa matag labong nga kahoy nga ilang makita. Busa nasuko ako pag-ayo kanila. 29Nangutana ako kanila, ‘Unsa ba kana nga habog nga dapit nga inyong ginaadtoan?’ ” (Hangtod karon Bamah20:29 Bamah: Ang buot ipasabot, habog nga dapit. ang itawag nila nianang lugara.)

30“Karon, ingna ang katawhan sa Israel nga ako, ang Ginoo nga Dios, nagaingon: Hugawan ba usab ninyo ang inyong kaugalingon sama sa gihimo sa inyong mga katigulangan, ug magsimba ba usab kamo sa mangil-ad nga mga dios-dios? 31Bisan gani karon ginahugawan ninyo ang inyong kaugalingon pinaagi sa paghalad sa mga dios-dios apil na ang paghalad ninyo sa inyong mga anak nga lalaki pinaagi sa kalayo. Busa katawhan sa Israel, ako, ang Ginoo nga Dios nga buhi, dili gyud mohatag ug mensahe kaninyo bisan mangayo pa kamo.

32“Dili gyud mahitabo kana nga anaa sa inyong hunahuna nga magpakasama kamo sa mga katawhan sa uban nga nasod nga nagasimba sa dios-dios nga hinimo sa bato ug kahoy. 33Ako, ang Ginoo nga Dios nga buhi, nanumpa nga magahari ako kaninyo pinaagi sa akong dakong gahom ug labihan nga kasuko. 34Oo, sa akong dakong gahom ug labihan nga kasuko, kuhaon ko kamo gikan sa nagkalain-laing mga nasod diin kamo nagkatag, 35ug dad-on sa kamingawan sa mga nasod. Ug didto, atubangon ko kamo ug hukman. 36Hukman ko kamo, sama nga gihukman ko ang inyong mga katigulangan didto sa kamingawan sa Ehipto. Ako, ang Ginoo nga Dios, ang nagaingon niini. 37Ilain ko ang mga daotan kaninyo, ug lig-onon ko ang akong kasabotan kaninyo. 38Ibulag ko kaninyo ang mga misupak kanako. Pagawason ko sila gikan sa nasod diin sila nabihag, apan dili sila makasulod sa yuta sa Israel. Unya mahibaloan ninyo nga ako mao ang Ginoo.”

39Miingon pa gyud ang Ginoo nga Dios sa katawhan sa Israel, “Sige, padayon kamo sa pag-alagad sa inyong mga dios-dios kon dili kamo gustong motuman kanako. Apan moabot ang panahon nga dili na gyud ninyo mapakaulawan ang akong ngalan pinaagi sa paghalad ngadto sa inyong mga dios-dios. 40Kay didto sa akong balaan nga bukid, sa taas nga bukid sa Israel, ang tanang katawhan sa Israel magaalagad kanako. Didto pagadawaton ko kamo ug hangyoon ko kamo nga maghalad sa inyong pinakamaayo nga mga gasa ug nagkalain-lain pa nga mga halad. 41Kon makuha ko na kamo gikan sa mga nasod diin kamo nagkatibulaag, dawaton ko kamo ingon nga mahumot nga halad. Ipakita ko kaninyo ang akong pagkabalaan atubangan sa mga nasod. 42Ug kon madala ko na kamo sa yuta sa Israel nga akong gipanumpa nga ihatag sa inyong mga katigulangan, mahibaloan ninyo nga ako mao ang Ginoo. 43Ug didto mahinumdoman ninyo ang inyong mga binuhatan nga nakapahugaw kaninyo, ug kasilagan ninyo ang inyong kaugalingon tungod sa tanan ninyong daotan nga mga binuhatan. 44O katawhan sa Israel, mahibaloan ninyo nga ako mao ang Ginoo sa dihang trataron ko kamo ug maayo tungod ug alang sa akong ngalan luyo sa inyong daotan ug hugaw nga mga binuhatan. Ako, ang Ginoo nga Dios, ang nagaingon niini.”

Ang Mensahe sa Dios Batok sa Habagatan sa Juda

45Miingon ang Ginoo kanako, 46“Tawo, pag-atubang sa habagatan ug panghimaraota kini nga lugar nga adunay mga kalasangan. 47Isulti niini nga dapita nga ako, ang Ginoo nga Dios, ang magdaob ug mosunog sa iyang kakahoyan, laya man o buhi. Dili gyud mapalong kini nga nagadilaab nga kalayo. Sunogon niini ang tanan gikan sa habagatan paingon sa amihan. 48Makita sa tanan nga ako, ang Ginoo, mao ang nagdaob niini, ug dili gyud kini mapalong.”

49Unya miingon ako, “O Ginoo nga Dios, ang mga tawo nagaingon nga nagasulti lang ako ug mga sambingay.”