The Message

Judges 6


11-6 Yet again the People of Israel went back to doing evil in God’s sight. God put them under the domination of Midian for seven years. Midian overpowered Israel. Because of Midian, the People of Israel made for themselves hideouts in the mountains—caves and forts. When Israel planted its crops, Midian and Amalek, the easterners, would invade them, camp in their fields, and destroy their crops all the way down to Gaza. They left nothing for them to live on, neither sheep nor ox nor donkey. Bringing their cattle and tents, they came in and took over, like an invasion of locusts. And their camels—past counting! They marched in and devastated the country. The People of Israel, reduced to grinding poverty by Midian, cried out to God for help.

7-10 One time when the People of Israel had cried out to God because of Midian, God sent them a prophet with this message: “God, the God of Israel, says,

I delivered you from Egypt,
    I freed you from a life of slavery;
I rescued you from Egypt’s brutality
    and then from every oppressor;
I pushed them out of your way
    and gave you their land.

“And I said to you, ‘I am God, your God. Don’t for a minute be afraid of the gods of the Amorites in whose land you are living.’ But you didn’t listen to me.”

11-12 One day the angel of God came and sat down under the oak in Ophrah that belonged to Joash the Abiezrite, whose son Gideon was threshing wheat in the winepress, out of sight of the Midianites. The angel of God appeared to him and said, “God is with you, O mighty warrior!”

13 Gideon replied, “With me, my master? If God is with us, why has all this happened to us? Where are all the miracle-wonders our parents and grandparents told us about, telling us, ‘Didn’t God deliver us from Egypt?’ The fact is, God has nothing to do with us—he has turned us over to Midian.”

14 But God faced him directly: “Go in this strength that is yours. Save Israel from Midian. Haven’t I just sent you?”

15 Gideon said to him, “Me, my master? How and with what could I ever save Israel? Look at me. My clan’s the weakest in Manasseh and I’m the runt of the litter.”

16 God said to him, “I’ll be with you. Believe me, you’ll defeat Midian as one man.”

17-18 Gideon said, “If you’re serious about this, do me a favor: Give me a sign to back up what you’re telling me. Don’t leave until I come back and bring you my gift.”

He said, “I’ll wait till you get back.”

19 Gideon went and prepared a young goat and a huge amount of unraised bread (he used over half a bushel of flour!). He put the meat in a basket and the broth in a pot and took them back under the shade of the oak tree for a sacred meal.

20 The angel of God said to him, “Take the meat and unraised bread, place them on that rock, and pour the broth on them.” Gideon did it.

21-22 The angel of God stretched out the tip of the stick he was holding and touched the meat and the bread. Fire broke out of the rock and burned up the meat and bread while the angel of God slipped away out of sight. And Gideon knew it was the angel of God!

Gideon said, “Oh no! Master, God! I have seen the angel of God face-to-face!”

23 But God reassured him, “Easy now. Don’t panic. You won’t die.”

24 Then Gideon built an altar there to God and named it “God’s Peace.” It’s still called that at Ophrah of Abiezer.

25-26 That night this happened. God said to him, “Take your father’s best seven-year-old bull, the prime one. Tear down your father’s Baal altar and chop down the Asherah fertility pole beside it. Then build an altar to God, your God, on the top of this hill. Take the prime bull and present it as a Whole-Burnt-Offering, using firewood from the Asherah pole that you cut down.”

27 Gideon selected ten men from his servants and did exactly what God had told him. But because of his family and the people in the neighborhood, he was afraid to do it openly, so he did it that night.

28 Early in the morning, the people in town were shocked to find Baal’s altar torn down, the Asherah pole beside it chopped down, and the prime bull burning away on the altar that had been built.

29 They kept asking, “Who did this?”

Questions and more questions, and then the answer: “Gideon son of Joash did it.”

30 The men of the town demanded of Joash: “Bring out your son! He must die! Why, he tore down the Baal altar and chopped down the Asherah tree!”

31 But Joash stood up to the crowd pressing in on him, “Are you going to fight Baal’s battles for him? Are you going to save him? Anyone who takes Baal’s side will be dead by morning. If Baal is a god in fact, let him fight his own battles and defend his own altar.”

32 They nicknamed Gideon that day Jerub-Baal because after he had torn down the Baal altar, he had said, “Let Baal fight his own battles.”

33-35 All the Midianites and Amalekites (the easterners) got together, crossed the river, and made camp in the Valley of Jezreel. God’s Spirit came over Gideon. He blew his ram’s horn trumpet and the Abiezrites came out, ready to follow him. He dispatched messengers all through Manasseh, calling them to the battle; also to Asher, Zebulun, and Naphtali. They all came.

36-37 Gideon said to God, “If this is right, if you are using me to save Israel as you’ve said, then look: I’m placing a fleece of wool on the threshing floor. If dew is on the fleece only, but the floor is dry, then I know that you will use me to save Israel, as you said.”

38 That’s what happened. When he got up early the next morning, he wrung out the fleece—enough dew to fill a bowl with water!

39 Then Gideon said to God, “Don’t be impatient with me, but let me say one more thing. I want to try another time with the fleece. But this time let the fleece stay dry, while the dew drenches the ground.”

40 God made it happen that very night. Only the fleece was dry while the ground was wet with dew.

Thai New Contemporary Bible

ผู้วินิจฉัย 6


1ต่อมาชนอิสราเอลก็ทำชั่วในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้าอีก และพระองค์ทรงมอบพวกเขาไว้ในมือของชาวมีเดียนเป็นเวลาเจ็ดปี เพราะว่าชาวมีเดียนมีกำลังเข้มแข็งและโหดร้าย จนชาวอิสราเอลต้องหนีไปหาที่หลบซ่อนอยู่ในโพรงตามภูเขา ในถ้ำ และที่มั่นต่างๆ เมื่อใดก็ตามที่ชนอิสราเอลหว่านพืช ชาวมีเดียน ชาวอามาเลข และชนชาติอื่นๆ ทางตะวันออกจะพากันมาบุกรุกพื้นที่ พวกเขามาตั้งค่ายและทำลายพืชพันธุ์ตลอดทางไปถึงกาซา ไม่เหลือสิ่งมีชีวิตสักอย่างเดียวให้ชนอิสราเอล ไม่ว่าแกะ วัว หรือลา พวกเขากรูเข้ามาพร้อมกับฝูงสัตว์ เต็นท์ของเขาเหมือนตั๊กแตนฝูงมหึมา ทั้งคนทั้งอูฐนับไม่ถ้วน พวกเขาบุกรุกเข้ามาเพื่อทำลายล้างดินแดน ชาวมีเดียนทำให้ชนอิสราเอลสิ้นเนื้อประดาตัว จนต้องร้องทูลให้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วย

เมื่อชนอิสราเอลร้องทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าเพราะคนมีเดียน พระองค์ทรงส่งผู้เผยพระวจนะคนหนึ่งมาแจ้งว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า เราได้นำเจ้าออกมาจากอียิปต์ ออกจากแดนทาส เรากอบกู้เจ้าจากอำนาจของอียิปต์ จากเงื้อมมือของบรรดาผู้ที่กดขี่ข่มเหงเจ้า เราขับไล่ศัตรูออกไปต่อหน้าเจ้า ยกดินแดนของเขาให้เจ้า 10 เราบอกเจ้าว่า ‘เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า อย่ากราบไหว้พระต่างๆ ของชาวอาโมไรต์ในดินแดนซึ่งเจ้าอาศัยอยู่’ แต่เจ้าก็ไม่ฟังเรา”

11 ทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้ามานั่งอยู่ใต้ต้นโอ๊กในโอฟราห์ ซึ่งเป็นที่ดินของโยอาชตระกูลอาบีเอเซอร์ กิเดโอนบุตรโยอาชกำลังนวดข้าวสาลีอยู่ในบ่อย่ำองุ่น เพื่อให้พ้นจากสายตาชาวมีเดียน 12 ทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าปรากฏแก่กิเดโอนและกล่าวว่า “นักรบผู้เกรียงไกรเอ๋ย องค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตกับท่าน”

13 กิเดโอนตอบว่า “ท่านขอรับ หากองค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตกับพวกข้าพเจ้า ทำไมเหตุการณ์ทั้งปวงนี้จึงเกิดขึ้นกับพวกข้าพเจ้าเล่า? ไหนล่ะการอัศจรรย์ทั้งปวงซึ่งบรรพบุรุษเคยเล่าให้ฟัง พวกเขาพูดว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงนำพวกเราออกมาจากอียิปต์ไม่ใช่หรือ?’ แต่บัดนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงทอดทิ้งพวกเรา และมอบเราไว้ในเงื้อมมือของชาวมีเดียน”

14 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงหันมาหาเขาและตรัสว่า “จงไปช่วยอิสราเอลให้พ้นจากเงื้อมมือของชาวมีเดียนด้วยกำลังที่เจ้ามีอยู่ เราใช้เจ้าไปไม่ใช่หรือ?”

15 แต่กิเดโอนทูลถามว่า “พระองค์เจ้าข้า[a] ข้าพระองค์นี่หรือจะไปช่วยกู้อิสราเอล? ตระกูลของข้าพระองค์อ่อนแอที่สุดในเผ่ามนัสเสห์ และข้าพระองค์ก็เป็นผู้เล็กน้อยที่สุดในครอบครัว”

16 องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เราจะอยู่กับเจ้า เจ้าจะฟาดฟันชาวมีเดียนทั้งหมด”

17 กิเดโอนทูลตอบว่า “หากพระองค์ทรงโปรด ขอทรงให้หมายสำคัญเพื่อแสดงว่าเป็นพระองค์จริงๆ ที่กำลังตรัสกับข้าพระองค์อยู่ 18 โปรดอย่าเพิ่งเสด็จไปไหนจนกว่าข้าพระองค์จะกลับมาและนำเครื่องบูชามาถวายพระองค์”

และพระองค์ตรัสว่า “เราจะรอจนเจ้ากลับมา”

19 กิเดโอนกลับเข้าไปจัดแจงปรุงลูกแพะตัวหนึ่ง และทำขนมปังไม่ใส่เชื้อจากแป้งประมาณ 22 ลิตร[b] จากนั้นนำเนื้อใส่กระจาดและน้ำแกงใส่หม้อมาถวายทูตองค์นั้นที่ใต้ต้นโอ๊ก

20 ทูตของพระเจ้ากล่าวกับกิเดโอนว่า “จงวางเนื้อและขนมปังไม่ใส่เชื้อไว้บนหินก้อนนี้ และเอาน้ำแกงราด” กิเดโอนก็ปฏิบัติตามคำสั่ง 21 ทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้ายื่นปลายไม้เท้าแตะเนื้อและขนมปังไม่ใส่เชื้อนั้น ไฟก็ลุกขึ้นจากก้อนหิน เผาเนื้อและขนมปังจนหมด แล้วทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็หายตัวไป 22 เมื่อกิเดโอนตระหนักว่าเป็นทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็ร้องว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต! ข้าพระองค์ได้เห็นทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าต่อหน้าต่อตา!”

23 แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับกิเดโอนว่า “จงมีสันติสุขเถิด! อย่ากลัวเลย เจ้าจะไม่ตาย”

24 กิเดโอนจึงสร้างแท่นบูชาขึ้นที่นั่นถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าและขนานนามว่า “พระยาห์เวห์ทรงเป็นสันติสุข” แท่นนี้อยู่ที่โอฟราห์ ในที่ดินของตระกูลอาบีเอเซอร์ตราบจนทุกวันนี้

25 ในคืนนั้นเององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสสั่งกิเดโอนว่า “จงนำวัวผู้ตัวที่สองอายุเจ็ดปี[c]จากฝูงสัตว์ของบิดาของเจ้ามา และรื้อแท่นบูชาพระบาอัลของบิดาและฟันเสาเจ้าแม่อาเชราห์[d]ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ ด้วย 26 จากนั้นจงสร้างแท่นบูชาที่เหมาะสม[e]สำหรับพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าขึ้นบนยอดเนินเขาแห่งนั้น ใช้ไม้ที่ฟันจากเสาเจ้าแม่อาเชราห์ เป็นฟืนเผาวัวผู้ตัวที่สอง[f]เป็นเครื่องเผาบูชา”

27 กิเดโอนจึงพาคนรับใช้สิบคนมาด้วย และทำตามพระบัญชาขององค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เขาไม่กล้าทำในเวลากลางวันเพราะกลัวสมาชิกในครอบครัวและชาวเมืองนั้น เขาจึงแอบทำในเวลากลางคืน

28 เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อชาวเมืองตื่นขึ้นมาพบว่าแท่นบูชาพระบาอัลถูกรื้อทำลาย เสาเจ้าแม่อาเชราห์ข้างแท่นถูกโค่น และมีวัวผู้ตัวที่สองเผาบูชาบนแท่นที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่!

29 ผู้คนต่างถามกันว่า “ใครทำอย่างนี้?”

เมื่อเขาสืบเสาะอย่างถี่ถ้วนก็ได้รับคำบอกเล่าว่า “กิเดโอนบุตรของโยอาชเป็นคนทำ”

30 คนในเมืองนั้นเรียกร้องกับโยอาชว่า “เอาตัวลูกชายของเจ้าออกมา เขาต้องตายที่บังอาจมารื้อแท่นบูชาของพระบาอัล แล้วยังฟันเสาเจ้าแม่อาเชราห์ทิ้งอีก”

31 แต่โยอาชตอบฝูงชนที่กำลังโกรธแค้นซึ่งห้อมล้อมเขาว่า “พวกท่านจะช่วยออกโรงแทนพระบาอัลหรือ? จะพยายามช่วยพระบาอัลหรืออย่างไร? ใครสู้แทนพระบาอัลจะต้องถูกฆ่าตายภายในเช้าวันนี้! ถ้าบาอัลเป็นเทพเจ้าจริงๆ เขาย่อมดูแลปกป้องตัวเองได้เวลาที่มีคนมารื้อแท่นของเขา” 32 ตั้งแต่วันนั้นมาเขาเรียกกิเดโอนว่าเยรุบบาอัล[g] โดยกล่าวว่า “ให้พระบาอัลต่อสู้กับเขา” เพราะเขาได้ทำลายแท่นบูชาของพระบาอัล

33 ครั้งนั้นบรรดาชาวมีเดียน ชาวอามาเลข และชนชาติอื่นๆ ทางตะวันออก ผนึกกำลังกันยกข้ามแม่น้ำจอร์แดนมาตั้งค่ายอยู่ที่หุบเขายิสเรเอล 34 แล้วพระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้าลงมาเหนือกิเดโอน เขาก็เป่าแตรเรียกคนตระกูลอาบีเอเซอร์ให้ติดตามเขา 35 เขายังส่งผู้สื่อสารไปทั่วเขตมนัสเสห์ อาเชอร์ เศบูลุน และนัฟทาลีอีกด้วย เพื่อเรียกรวบรวมกำลังพลและพวกเขาก็ตอบรับ

36 กิเดโอนกราบทูลพระเจ้าว่า “หากพระองค์จะทรงใช้ข้าพระองค์กอบกู้อิสราเอลจริงๆ ตามที่ทรงสัญญาไว้ 37 ดูเถิด ข้าพระองค์จะวางขนแกะไว้ที่ลานนวดข้าว หากขนแกะเปียกน้ำค้างแต่พื้นดินแห้ง ข้าพระองค์ก็จะรู้ได้ว่าพระองค์จะทรงกอบกู้อิสราเอลด้วยมือของข้าพระองค์อย่างที่พระองค์ได้ตรัสไว้” 38 แล้วก็เป็นเช่นนั้น วันรุ่งขึ้นเมื่อกิเดโอนตื่นแต่เช้า เขาก็บิดขนแกะมีน้ำค้างไหลออกมาเต็มชาม

39 กิเดโอนจึงกราบทูลพระเจ้าว่า “ขออย่าทรงพระพิโรธเลย ข้าพระองค์จะทูลขออีกครั้งเดียว ขอข้าพระองค์ได้ทดสอบกับขนแกะอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ขอให้ขนแกะแห้ง ส่วนพื้นดินรอบๆ เปียกน้ำค้าง” 40 คืนนั้นพระเจ้าทรงทำตามที่เขาทูลขอ ขนแกะแห้งอยู่ แต่พื้นดินมีน้ำค้างชุ่มไปหมด

Notas al pie

  1. 6:15 หรือท่านเจ้าข้า
  2. 6:19 ภาษาฮีบรูว่าหนึ่งเอฟาห์
  3. 6:25 หรือจงนำวัวที่โตเต็มที่
  4. 6:25 คือ สัญลักษณ์ของเจ้าแม่อาเชราห์ เช่นเดียวกับที่อื่นๆ ในพระธรรมผู้วินิจฉัย
  5. 6:26 หรือเอาแผ่นหินมาเรียงซ้อนกันขึ้นเป็นแท่นบูชา
  6. 6:26 หรือที่โตเต็มที่เช่นเดียวกับข้อ 28
  7. 6:32 แปลว่า ให้บาอัลต่อสู้