The Message

1 Kings 15

Abijah of Judah

11-6 In the eighteenth year of the rule of Jeroboam son of Nebat, Abijah took over the throne of Judah. He ruled in Jerusalem three years. His mother was Maacah daughter of Absalom. He continued to sin just like his father before him. He was not truehearted to God as his great-grandfather David had been. But despite that, out of respect for David, his God graciously gave him a lamp, a son to follow him and keep Jerusalem secure. For David had lived an exemplary life before God all his days, not going off on his own in willful defiance of God’s clear directions (except for that time with Uriah the Hittite). But war continued between Abijah and Jeroboam the whole time.

7-8 The rest of Abijah’s life, everything he did, is written in The Chronicles of the Kings of Judah. But the war with Jeroboam was the dominant theme. Abijah died and was buried with his ancestors in the City of David. His son Asa was king after him.

Asa of Judah

9-10 In the twentieth year of Jeroboam king of Israel, Asa began his rule over Judah. He ruled for forty-one years in Jerusalem. His grandmother’s name was Maacah.

11-15 Asa conducted himself well before God, reviving the ways of his ancestor David. He cleaned house: He got rid of the sacred prostitutes and threw out all the idols his predecessors had made. Asa spared nothing and no one; he went so far as to remove Queen Maacah from her position because she had built a shockingly obscene memorial to the whore goddess Asherah. Asa tore it down and burned it up in the Kidron Valley. Unfortunately, he didn’t get rid of the local sex-and-religion shrines. But he was well-intentioned—his heart was in the right place, in tune with God. All the gold and silver vessels and artifacts that he and his father had consecrated for holy use he installed in The Temple.

16-17 But through much of his reign there was war between Asa and Baasha king of Israel. Baasha king of Israel started it by building a fort at Ramah and closing the border between Israel and Judah so no one could enter or leave Judah.

18-19 Asa took all the silver and gold that was left in the treasuries of The Temple of God and the royal palace, gave it to his servants, and sent them to Ben-Hadad son of Tabrimmon, the son of Hezion king of Aram, who was ruling in Damascus, with this message: “Let’s make a treaty like the one between our fathers. I’m showing my good faith with this gift of silver and gold. Break your deal with Baasha king of Israel so he’ll quit fighting against me.”

20-21 Ben-Hadad went along with King Asa and sent out his troops against the towns of Israel. He attacked Ijon, Dan, Abel Beth Maacah, and the entire region of Kinnereth, including Naphtali. When Baasha got the report he quit fortifying Ramah and pulled back to Tirzah.

22 Then King Asa issued orders to everyone in Judah—no exemptions—to haul away the logs and stones Baasha had used in the fortification of Ramah and use them to fortify Geba in Benjamin and Mizpah.

23-24 A full account of Asa’s life, all the great things he did and the fortifications he constructed, is written in The Chronicles of the Kings of Judah. In his old age he developed severe gout. Then Asa died and was buried with his ancestors in the City of David. His son Jehoshaphat became king after him.

Nadab of Israel

25-26 Nadab son of Jeroboam became king over Israel in the second year of Asa’s rule in Judah. He was king of Israel two years. He was openly evil before God—he followed in the footsteps of his father who both sinned and made Israel sin.

27-28 Baasha son of Ahijah of the tribe of Issachar ganged up on him and attacked him at the Philistine town of Gibbethon while Nadab and the Israelites were doing battle there. Baasha killed Nadab in the third year of Asa king of Judah and became Israel’s next king.

29-30 As soon as he was king he killed everyone in Jeroboam’s family. There wasn’t a living soul left to the name of Jeroboam; Baasha wiped them out totally, just as God’s servant Ahijah of Shiloh had prophesied—punishment for Jeroboam’s sins and for making Israel sin, for making the God of Israel thoroughly angry.

31-32 The rest of Nadab’s life, everything else he did, is written in The Chronicles of the Kings of Israel. There was continuous war between Asa and Baasha king of Israel.

Baasha of Israel

33-34 In the third year of Asa king of Judah, Baasha son of Ahijah became king in Tirzah over all Israel. He ruled twenty-four years. He was openly evil before God, walking in the footsteps of Jeroboam, who both sinned and made Israel sin.

Thai New Contemporary Bible

1 พงศ์กษัตริย์ 15


1อาบียาห์[a]ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งยูดาห์ตรงกับปีที่สิบแปดของรัชกาลเยโรโบอัมบุตรเนบัท พระองค์ทรงครองราชย์อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มสามปี ราชมารดาคือมาอาคาห์ธิดาของอาบีชาโลม[b]

พระองค์ทรงทำบาปทุกอย่างเช่นเดียวกับราชบิดา และไม่ได้มีพระทัยภักดีแน่วแน่ต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของพระองค์เหมือนดาวิดบรรพบุรุษ แต่เพื่อเห็นแก่ดาวิด พระยาห์เวห์พระเจ้าของเขาทรงโปรดประทานดวงประทีปดวงหนึ่งในเยรูซาเล็ม โดยให้โอรสองค์หนึ่งขึ้นมาครองราชย์ต่อและทำให้เยรูซาเล็มเข้มแข็ง เพราะดาวิดได้ทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า

ปฏิบัติตามพระบัญชาของพระองค์ทุกประการตลอดชีวิต ยกเว้นเรื่องที่เกี่ยวกับอุรียาห์ชาวฮิตไทต์

ตลอดพระชนม์ชีพของอาบียาห์มีสงครามระหว่างเรโหโบอัม[c]กับเยโรโบอัม เหตุการณ์อื่นๆ ในรัชกาลอาบียาห์และพระราชกิจทั้งปวงมีบันทึกไว้ในจดหมายเหตุกษัตริย์แห่งยูดาห์ไม่ใช่หรือ? และมีสงครามระหว่างอาบียาห์กับเยโรโบอัม และอาบียาห์ทรงล่วงลับไปอยู่กับบรรพบุรุษและถูกฝังไว้ในเมืองดาวิด แล้วอาสาโอรสของพระองค์ขึ้นครองราชย์แทน


อาสาขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งยูดาห์ ตรงกับปีที่ยี่สิบของรัชกาลเยโรโบอัมแห่งอิสราเอล 10 ทรงครองราชย์อยู่ 41 ปีในกรุงเยรูซาเล็ม เสด็จย่าของพระองค์คือมาอาคาห์ ธิดาของอาบีชาโลม

11 อาสาทรงทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้าเหมือนดาวิดบรรพบุรุษ 12 อาสาทรงเนรเทศโสเภณีชายประจำเทวสถานออกไปจากดินแดน และทรงขจัดเทวรูปทั้งปวงที่บรรพบุรุษสร้างขึ้น 13 พระองค์ทรงถอดพระนางมาอาคาห์เสด็จย่าของพระองค์ออกจากตำแหน่งพระพันปีหลวง เพราะพระนางได้สร้างเสาเจ้าแม่อาเชราห์อันน่ารังเกียจ อาสาทรงโค่นเสานั้นและเผาทิ้งที่หุบเขาขิดโรน 14 แม้พระองค์ไม่ได้ทรงรื้อสถานบูชาบนที่สูงทั้งหลายทิ้ง แต่พระทัยของอาสาก็ภักดีแน่วแน่ต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดพระชนม์ชีพ 15 พระองค์ทรงนำเงินและทองกับเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ ซึ่งพระองค์กับราชบิดาได้ถวายแด่พระเจ้ามาไว้ในพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า

16 มีสงครามระหว่างอาสากับกษัตริย์บาอาชาแห่งอิสราเอลตลอดรัชกาล 17 กษัตริย์บาอาชาแห่งอิสราเอลมาสู้รบกับยูดาห์ และบาอาชาทรงสร้างป้อมปราการที่เมืองรามาห์ เพื่อปิดทางเข้าออกสู่เขตแดนของกษัตริย์อาสาแห่งยูดาห์

18 อาสาจึงทรงนำเงินและทองคำที่เหลือทั้งหมดจากคลังพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า และจากท้องพระคลังของพระราชวังของพระองค์เองมามอบให้ข้าราชบริพารนำไปถวายกษัตริย์เบนฮาดัดแห่งอารัมซึ่งปกครองอยู่ที่เมืองดามัสกัส เบนฮาดัดนี้เป็นโอรสของทับริมโมน ซึ่งเป็นโอรสของเฮซีโอน กษัตริย์อาสาทูลว่า 19 “ขอให้เราเป็นพันธมิตรกันเหมือนราชบิดาของเราทั้งสอง ข้าพเจ้าส่งเงินและทองนี้มากำนัลแด่ท่าน ขอให้ท่านตัดสัมพันธไมตรีกับกษัตริย์บาอาชาแห่งอิสราเอล เพื่อเขาจะได้ถอยทัพไปจากข้าพเจ้า”

20 เบนฮาดัดทรงเห็นชอบกับกษัตริย์อาสา และทรงส่งแม่ทัพและกองกำลังไปโจมตีเมืองต่างๆ ของอิสราเอล ทรงพิชิตเมืองอิโยน ดาน อาเบลเบธมาอาคาห์ คินเนเรททั้งหมด รวมทั้งนัฟทาลี 21 เมื่อบาอาชาทราบเรื่องนี้ก็หยุดการสร้างเมืองรามาห์ แล้วถอยทัพกลับไปยังทีรซาห์ 22 จากนั้นกษัตริย์อาสาทรงเกณฑ์ทุกคนในยูดาห์ ไม่เว้นผู้ใดเลย ให้พวกเขาช่วยกันขนหินและไม้ซึ่งบาอาชาทรงใช้อยู่ที่เมืองรามาห์ นำไปสร้างเมืองเกบาในแดนเบนยามินและเมืองมิสปาห์

23 เหตุการณ์อื่นๆ ในรัชกาลของอาสา ความสำเร็จทั้งปวง พระราชกิจทั้งสิ้น และเมืองต่างๆ ที่ทรงสร้างขึ้นมีบันทึกในจดหมายเหตุกษัตริย์แห่งยูดาห์ไม่ใช่หรือ? เมื่ออาสาทรงชราแล้วก็ทรงประชวรด้วยโรคที่พระบาท 24 แล้วอาสาก็ทรงล่วงลับไปอยู่กับบรรพบุรุษ และถูกฝังไว้ด้วยกันในเมืองดาวิด และเยโฮชาฟัทโอรสของพระองค์ขึ้นครองราชย์แทน


25 นาดับโอรสของเยโรโบอัมขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งอิสราเอล ตรงกับปีที่สองของรัชกาลกษัตริย์อาสาแห่งยูดาห์ ทรงครองราชย์เหนืออิสราเอลอยู่สองปี 26 ทรงทำสิ่งที่ชั่วในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า ดำเนินตามวิถีและบาปของราชบิดา ซึ่งชักนำอิสราเอลให้ทำตาม

27 ฝ่ายบาอาชาบุตรอาหิยาห์เผ่าอิสสาคาร์วางแผนและลงมือสังหารนาดับ ขณะที่ทรงร่วมกับกองทัพอิสราเอลล้อมเมืองกิบเบโธนของฟีลิสเตีย 28 บาอาชาปลงพระชนม์นาดับแล้วขึ้นครองราชย์แทน ตรงกับปีที่สามของรัชกาลกษัตริย์อาสาแห่งยูดาห์

29 ทันทีที่ขึ้นครองราชย์ บาอาชาก็ประหารวงศ์วานทั้งปวงของเยโรโบอัม ไม่ปล่อยให้ใครรอดชีวิตเลย เป็นไปตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสไว้ผ่านทางอาหิยาห์ชาวชิโลห์ผู้รับใช้ของพระองค์ 30 เพราะบาปที่เยโรโบอัมได้ทำและชักนำอิสราเอลให้ทำตาม และเพราะเขาได้ยั่วยุพระพิโรธของพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล

31 เหตุการณ์อื่นๆ ในรัชกาลของนาดับและพระราชกิจทั้งปวงมีบันทึกไว้ในจดหมายเหตุกษัตริย์แห่งอิสราเอลไม่ใช่หรือ? 32 มีสงครามระหว่างอาสากับบาอาชากษัตริย์แห่งอิสราเอลตลอดรัชกาล


33 บาอาชาบุตรอาหิยาห์ขึ้นเป็นกษัตริย์เหนือดินแดนอิสราเอลทั้งหมดที่เมืองทีรซาห์ ตรงกับปีที่สามของรัชกาลกษัตริย์อาสาแห่งยูดาห์ ทรงครองราชย์อยู่ 24 ปี 34 บาอาชาทรงทำสิ่งที่ชั่วในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า ดำเนินตามวิถีและบาปของเยโรโบอัม ซึ่งชักนำให้อิสราเอลทำตาม

Notas al pie

  1. 15:1 สำเนาต้นฉบับภาษาฮีบรูส่วนใหญ่ว่าอาบียัมเช่นเดียวกับข้อ 7 และ 8
  2. 15:2 เป็นอีกรูปหนึ่งของอับซาโลมเช่นเดียวกับข้อ 10
  3. 15:6 สำเนาต้นฉบับภาษาฮีบรูบางสำเนา และฉบับ Syr. ว่าอาบียัม(คือ อาบียาห์)