Священное Писание (Восточный перевод), версия для Таджикистана

Заб 107

Песнь 107

Песнопение Довуда.

Сердце моё твёрдо, Всевышний;
    буду петь и славить Тебя всей душой.
Пробудитесь, лира и арфа!
    Я проснусь на заре.
Восхвалю Тебя, Вечный, среди народов,
    воспою Тебя среди племён,
потому что милость Твоя превыше небес,
    и верность Твоя достигает облаков.
Выше небес будь превознесён, о Всевышний;
    над всей землёй да будет слава Твоя!

Сохрани нас Своей правой рукой и ответь нам,
    чтобы спаслись возлюбленные Тобой.
Всевышний обещал в Своём святилище:
    «Я разделю, торжествуя, город Шахем,
    и долину Суккот размерю для Своего народа.[a]
Мой Галаад и Мой Манасса,
    Ефраим – Мой шлем,
    Иуда – Мой скипетр.[b]
10 Моав служит Мне умывальной чашей для ног,
    Я предъявлю Свои права на Эдом,[c]
    над землёй филистимлян торжествующе воскликну».

11 Кто приведёт меня в укреплённый город?
    Кто доведёт меня до Эдома?
12 Не Ты ли, Всевышний, Который нас отринул
    и теперь не выходишь с войсками нашими?
13 Окажи нам помощь в борьбе с врагом,
    потому что людская помощь бесполезна.
14 Со Всевышним мы одержим победу;
    Он низвергнет наших врагов.

Песнь 108

Дирижёру хора. Песнь Довуда.

Notas al pie

  1. Заб 107:8 Шахем здесь представляет всю территорию на западе от реки Иордана, а долина Суккот – на востоке.
  2. Заб 107:9 Галаад – земля на востоке от Иордана. Роду Манассы принадлежали земли как на востоке, так и на западе от реки, а родам Ефраима и Иуды – северная и южная части земли на западе от Иордана. Ефраим и Иуда были наиболее влиятельными родами в Исроиле, а шлем и скипетр символизируют их военную мощь и царскую власть (царь Довуд и его потомки были из рода Иуды).
  3. Заб 107:10 Букв.: «Я брошу Свою сандалию на Эдом».

Thai New Contemporary Bible

สดุดี 107

บรรพ 5

1จงขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้าเพราะพระองค์ทรงแสนดี
ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงนิรันดร์

ให้ผู้ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงไถ่กล่าวเช่นนี้
คือผู้ที่ทรงไถ่จากเงื้อมมือของศัตรู
ผู้ที่พระองค์ทรงรวบรวมมาจากดินแดนต่างๆ
จากตะวันออกและตะวันตก จากเหนือและใต้[a]

บางคนระเหเร่ร่อนอยู่ในถิ่นกันดารแห้งแล้ง
ไม่พบทางไปเมืองที่พวกเขาจะตั้งถิ่นฐาน
พวกเขาทั้งหิวและกระหาย
อ่อนแรงใจจะขาด
แล้วพวกเขาร้องทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าในความทุกข์ยาก
พระองค์ก็ทรงปลดปล่อยพวกเขาจากความทุกข์เข็ญ
พระองค์ทรงนำพวกเขาไปในทางตรง
ไปเมืองที่พวกเขาจะตั้งถิ่นฐานได้
ให้พวกเขาขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้าสำหรับความรักมั่นคงของพระองค์
และสำหรับพระราชกิจมหัศจรรย์ของพระองค์ที่ทำเพื่อมนุษย์
เพราะว่าพระองค์ทรงให้คนที่กระหายได้อิ่มเอม
ทรงให้ผู้ที่หิวโหยอิ่มด้วยสิ่งดี

10 บางคนนั่งอยู่ในความมืดมิดหม่นหมอง
ถูกจองจำทุกข์ทรมานด้วยโซ่ตรวน
11 เพราะพวกเขากบฏต่อพระวจนะของพระเจ้า
และดูหมิ่นคำแนะนำสั่งสอนขององค์ผู้สูงสุด
12 ฉะนั้นพระองค์ทรงสยบพวกเขาด้วยงานหนัก
พวกเขาล้มลงและไม่มีใครช่วย
13 แล้วพวกเขาร้องทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าในความทุกข์ยาก
และพระองค์ทรงช่วยพวกเขาให้รอดจากความทุกข์เข็ญ
14 พระองค์ทรงนำพวกเขาออกมาจากความมืดมิดหม่นหมอง
และทรงทำลายโซ่ตรวนของพวกเขา
15 ให้พวกเขาขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้าสำหรับความรักมั่นคงของพระองค์
และสำหรับพระราชกิจมหัศจรรย์ของพระองค์ที่ทำเพื่อมนุษย์
16 เพราะพระองค์ทรงทลายประตูทองสัมฤทธิ์
และตัดลูกกรงเหล็กออก

17 บางคนกลายเป็นคนโง่โดยการกบฏของตัวเอง
และต้องทนทุกข์เพราะความชั่วช้าของตน
18 พวกเขาเบื่ออาหารทุกอย่าง
และเฉียดใกล้ประตูแห่งความตาย
19 แล้วพวกเขาร้องทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าในความทุกข์ยาก
และพระองค์ทรงช่วยพวกเขาให้รอดจากความทุกข์เข็ญ
20 พระองค์ตรัส พวกเขาก็ได้รับการรักษา
พระองค์ทรงช่วยพวกเขาจากหลุมฝังศพ
21 ให้พวกเขาขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้าสำหรับความรักมั่นคงของพระองค์
และสำหรับพระราชกิจมหัศจรรย์ของพระองค์ที่ทำเพื่อมนุษย์
22 ให้เขาถวายเครื่องบูชาขอบพระคุณ
และบอกเล่าถึงพระราชกิจต่างๆ ของพระองค์ด้วยบทเพลงแห่งความชื่นชมยินดี

23 บางคนก็ลงเรือออกไปกลางทะเล
พวกเขาทำมาค้าขายตามเส้นทางมหาสมุทร
24 พวกเขาได้เห็นพระราชกิจขององค์พระผู้เป็นเจ้า
เห็นการอัศจรรย์ของพระองค์ในที่ลึก
25 เพราะพระองค์ตรัส พายุก็ก่อตัว
ทำให้คลื่นซัดสูง
26 พวกเขาถูกโยนขึ้นฟ้าแล้วก็ดิ่งลงมาในห้วงลึก
ขวัญหนีดีฝ่อไปเพราะวินาศภัยรุนแรง
27 พวกเขาถลาและซวนเซไปเหมือนคนเมาเหล้า
พวกเขาจนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไร
28 แล้วพวกเขาร้องทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าในความทุกข์ยาก
และพระองค์ทรงนำพวกเขาออกจากความทุกข์เข็ญ
29 พระองค์ทรงทำให้พายุสงบลงเป็นเพียงเสียงกระซิบ
ทำให้คลื่นในทะเลเงียบสงบ
30 พวกเขาดีใจที่ทะเลสงบ
และพระองค์ทรงนำพวกเขาเข้าเทียบท่าดังหมาย
31 ให้พวกเขาขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้าสำหรับความรักมั่นคงของพระองค์
และสำหรับพระราชกิจมหัศจรรย์ของพระองค์ที่ทำเพื่อมนุษย์
32 ให้พวกเขาเทิดทูนพระองค์ในที่ประชุมประชากร
และสรรเสริญพระองค์ในที่ประชุมผู้อาวุโส

33 พระองค์ทรงเปลี่ยนแม่น้ำให้กลายเป็นทะเลทราย
ธารน้ำไหลกลายเป็นผืนดินแตกระแหง
34 ทรงเปลี่ยนดินแดนอุดมให้กลายเป็นถิ่นร้างซึ่งดินกร่อย
เพราะความชั่วร้ายของผู้อาศัยที่นั่น
35 พระองค์ทรงเปลี่ยนถิ่นกันดารให้กลายเป็นแอ่งน้ำ
และเปลี่ยนแผ่นดินที่แตกระแหงให้กลายเป็นน้ำพุ
36 พระองค์ทรงนำคนหิวโหยไปอาศัยที่นั่น
และให้พวกเขาพบเมืองที่พวกเขาจะตั้งถิ่นฐาน
37 พวกเขาหว่านในท้องนา เพาะปลูกในสวนองุ่น
และเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหารได้อย่างอุดมสมบูรณ์
38 พระองค์ทรงอวยพรและพวกเขาก็ทวีจำนวนขึ้น
และพระองค์ไม่ได้ให้ฝูงสัตว์ของพวกเขาลดจำนวนลง

39 แล้วพวกเขาถูกลดจำนวนลงและทำให้ตกต่ำ
จากการกดขี่ข่มเหง ทุกข์ภัย และความเศร้าโศก
40 พระองค์ผู้ทรงเทการดูถูกดูแคลนลงเหนือเหล่าเจ้านาย
ได้ทรงทำให้พวกเขาระหกระเหินอยู่ในที่เริศร้างไร้หนทาง
41 แต่พระองค์ทรงยกชูผู้ยากไร้ออกจากความทุกข์ลำเค็ญ
และให้มีลูกหลานมากมายอย่าง
ฝูงแพะแกะ
42 คนเที่ยงธรรมเห็นแล้วชื่นชมยินดี
แต่คนชั่วร้ายทั้งปวงปิดปากเงียบ

43 ผู้ใดฉลาดจงฟังสิ่งเหล่านี้
และใคร่ครวญถึงความรักยิ่งใหญ่ขององค์พระผู้เป็นเจ้า

Notas al pie

  1. 107:3 ภาษาฮีบรูว่าเหนือและทะเล