La Bible du Semeur

Juges 2:1-23

Les Israélites sont infidèles

1L’ange de l’Eternel monta de Guilgal à Bokim et déclara au peuple d’Israël : Je vous ai fait sortir d’Egypte et je vous ai amenés dans le pays que j’ai solennellement promis à vos ancêtres. J’ai déclaré que je ne romprais jamais mon alliance avec vous. 2Et vous de même, vous ne conclurez pas d’alliance avec les habitants de ce pays et vous démolirez leurs autels2.2 Voir Ex 34.12-13 ; Dt 7.2-5.. Or, vous ne m’avez pas obéi. Pourquoi avez-vous fait cela ? 3Aussi ai-je résolu de ne pas déposséder les habitants du pays en votre faveur. Ils resteront pour vous des adversaires2.3 Autre traduction : comme des traquenards. et leurs dieux seront un piège pour vous.

4Lorsque l’ange de l’Eternel eut adressé ces paroles au peuple d’Israël, tous se mirent à se lamenter et à pleurer. 5Ils appelèrent l’endroit Bokim (Les pleureurs) et ils offrirent des sacrifices à l’Eternel.

L’histoire des chefs en Israël

6Après que Josué eut congédié le peuple, les Israélites se rendirent chacun dans son patrimoine pour prendre possession du pays2.6 Pour les v. 6-9, voir Jos 24.29-31.. 7Ils servirent l’Eternel pendant toute la vie de Josué et, après sa mort, tant que vécurent les responsables qui avaient vu toute l’œuvre de l’Eternel en faveur d’Israël. 8Josué, fils de Noun, serviteur de l’Eternel, mourut à l’âge de 110 ans. 9On l’enterra dans le domaine qu’il avait reçu pour propriété à Timnath-Hérès, dans la région montagneuse d’Ephraïm, au nord du mont Gaash. 10Tous ceux de sa génération disparurent à leur tour. Une nouvelle génération se leva, qui ne connaissait pas l’Eternel, et n’avait pas vu les œuvres qu’il avait accomplies en faveur d’Israël.

11Alors les Israélites firent ce que l’Eternel considère comme mal, et ils se mirent à rendre un culte aux dieux Baals. 12Ils abandonnèrent l’Eternel, le Dieu de leurs ancêtres qui les avait fait sortir d’Egypte, et se rallièrent à d’autres dieux, à ceux des peuples qui vivaient autour d’eux. Ils se prosternèrent devant ces dieux et irritèrent l’Eternel. 13Ainsi, ils abandonnèrent l’Eternel pour rendre un culte aux Baals et aux Astartés.

14Alors l’Eternel se mit en colère contre les Israélites et il les abandonna aux violences de pillards qui les dépouillèrent ; il les livra au pouvoir de leurs ennemis d’alentour, de sorte qu’ils ne furent plus capables de leur résister. 15Chaque fois qu’ils entreprenaient une campagne, l’Eternel intervenait contre eux pour leur malheur, comme il le leur avait déclaré, et même annoncé par serment. Ainsi ils furent réduits à la plus grande détresse. 16Alors l’Eternel leur suscita des chefs2.16 Terme traditionnellement traduit par juges (voir introduction). qui les délivrèrent des pillards. 17Mais les Israélites n’obéirent pas non plus à ces chefs, ils se prostituaient avec d’autres dieux et se prosternaient devant eux. Ils s’écartèrent très vite du chemin qu’avaient suivi leurs ancêtres qui obéissaient aux commandements de l’Eternel ; ils ne suivirent pas leur exemple. 18Chaque fois que l’Eternel leur suscitait un chef, il aidait cet homme, et il délivrait les Israélites de leurs ennemis pendant toute la vie de ce chef. En effet, lorsque l’Eternel entendait son peuple gémir sous le joug de ses oppresseurs et de ceux qui le maltraitaient, il avait pitié d’eux. 19Mais après la mort du chef, le peuple recommençait à se corrompre encore plus que les générations précédentes, en se ralliant à d’autres dieux pour leur rendre un culte et se prosterner devant eux ; ils refusaient d’abandonner leurs pratiques et s’obstinaient dans leur conduite.

Dieu met son peuple à l’épreuve

20L’Eternel se mit donc en colère contre Israël et déclara : Puisque ce peuple a violé l’alliance que j’avais conclue avec leurs ancêtres et qu’il ne m’écoute pas, 21désormais, je ne déposséderai plus devant eux un seul des peuples qui subsistaient dans le pays à la mort de Josué. 22Je me servirai d’eux pour éprouver les Israélites pour voir si oui ou non ils suivent la voie que je leur ai prescrite et m’obéissent comme l’ont fait leurs ancêtres. 23L’Eternel laissa donc subsister, sans se presser de les déposséder, ces peuples qu’il n’avait pas livrés au pouvoir de Josué.

Thai New Contemporary Bible

ผู้วินิจฉัย 2:1-23

ทูตของพระเจ้าที่โบคิม

1ทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้าออกจากกิลกาลมายังโบคิมและกล่าวว่า “เรานำเจ้าออกมาจากอียิปต์เข้าสู่ดินแดนนี้ซึ่งเราสาบานไว้กับบรรพบุรุษของเจ้า เรากล่าวไว้ว่า ‘เราจะไม่ล้มล้างพันธสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้า 2และเจ้าจะต้องไม่ทำพันธสัญญากับชาวดินแดนนี้ แต่เจ้าจะต้องทำลายแท่นบูชาทั้งหลายของพวกเขา’ แต่เจ้าไม่เชื่อฟังเรา เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้? 3ดังนั้นในคราวนี้ เราจึงลั่นวาจาว่าเราจะไม่ขับไล่พวกเขาออกไปให้พ้นหน้าเจ้า เขาจะเป็นหอกข้างแคร่ทิ่มแทงเจ้า และพระของเขาจะเป็นกับดักของเจ้า”

4เมื่อทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้ากล่าวถ้อยคำเช่นนี้ต่อปวงชนอิสราเอลจบแล้ว พวกเขาก็ร้องไห้เสียงดัง 5เขาจึงเรียกที่นั่นว่าโบคิม2:5 แปลว่า ผู้ร่ำไห้ พวกเขาถวายเครื่องบูชาแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าที่นั่นด้วย

การไม่เชื่อฟังและความพ่ายแพ้

(ยชว.24:29-31)

6หลังจากที่โยชูวาให้ชนอิสราเอลแยกย้ายกันไป พวกเขาก็ไปครอบครองดินแดนตามกรรมสิทธิ์ของตน 7ประชาชนได้ปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดชั่วชีวิตของโยชูวาและตลอดชีวิตของเหล่าผู้อาวุโสซึ่งมีอายุยืนยาวกว่าโยชูวาและได้เห็นพระราชกิจอันยิ่งใหญ่ทั้งปวงที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำเพื่ออิสราเอล

8โยชูวาบุตรนูนผู้รับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าสิ้นชีวิตเมื่ออายุ 110 ปี 9และเขาถูกฝังไว้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของเขาที่ทิมนาทเฮเรส2:9 หรือทิมนาทเสราห์(ดูยชว.19:50 และ 24:30) ในแดนเทือกเขาแห่งเอฟราอิม ทางเหนือของภูเขากาอัช

10หลังจากคนในชั่วอายุนั้นสิ้นชีวิตหมดแล้ว คนรุ่นต่อมาก็ไม่รู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้าและไม่รู้ถึงสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่ออิสราเอล 11ชนชาติอิสราเอลทำสิ่งที่ชั่วในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้าและไปปรนนิบัติพระบาอัล 12พวกเขาละทิ้งพระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษของพวกเขาผู้ทรงนำพวกเขาออกมาจากอียิปต์ พวกเขาหันไปกราบไหว้นมัสการพระต่างๆ ของชนชาติเพื่อนบ้าน ยั่วยุพระพิโรธขององค์พระผู้เป็นเจ้า 13เพราะพวกเขาละทิ้งพระองค์ไปปรนนิบัติพระบาอัลและพระอัชโทเรท 14ด้วยพระพิโรธต่ออิสราเอล องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงทรงปล่อยให้พวกเขาพ่ายแพ้ศัตรูซึ่งปล้นพวกเขา พระองค์ทรงขายพวกเขาให้แก่ศัตรูรอบด้านซึ่งเขาไม่อาจรับมือได้อีกต่อไป 15เมื่อใดก็ตามที่อิสราเอลออกรบ พระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็ต่อสู้กับพวกเขา ทำให้เขาพ่ายแพ้ตามที่พระองค์ทรงปฏิญาณไว้แล้ว เหล่าประชากรเป็นทุกข์แสนสาหัส

16แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแต่งตั้งผู้วินิจฉัย2:16 หรือผู้นำเช่นเดียวกับข้อ 17-19ให้ช่วยพวกเขาให้พ้นจากมือของผู้ที่มาปล้น 17กระนั้นอิสราเอลก็ไม่ยอมฟังผู้วินิจฉัย แต่ขายตัวให้พระอื่นๆ และนมัสการพระเหล่านั้น พวกเขาประพฤติแตกต่างจากบรรพบุรุษของพวกเขา พวกเขาหันเหจากวิถีทางแห่งการเชื่อฟังพระบัญชาขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างรวดเร็ว 18เมื่อใดก็ตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตั้งผู้วินิจฉัยขึ้นมาเพื่อพวกเขา พระองค์ก็สถิตกับผู้วินิจฉัย และช่วยเหล่าประชากรให้พ้นจากเงื้อมมือของศัตรูตลอดชีวิตของผู้วินิจฉัยคนนั้น เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเมตตาสงสารเหล่าประชากร เมื่อเขาคร่ำครวญเพราะคนที่มากดขี่ข่มเหงและทำให้พวกเขาทุกข์ยาก 19แต่เมื่อผู้วินิจฉัยสิ้นชีวิตลง เหล่าประชากรก็กลับไปสู่หนทางที่เลวร้ายยิ่งกว่าบรรพบุรุษของพวกเขาเสียอีก พวกเขาหันไปติดตามปรนนิบัติและนมัสการพระต่างๆ พวกเขาไม่ยอมละทิ้งการกระทำอันชั่วร้ายและทางแห่งความดื้อดึงของตน

20ฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงทรงพระพิโรธอิสราเอลยิ่งนักและตรัสว่า “เนื่องจากชนชาตินี้ละเมิดพันธสัญญาที่เราให้ไว้กับบรรพบุรุษของพวกเขาและไม่ยอมฟังเรา 21ดังนั้นตั้งแต่นี้ไป เราจะไม่ขับไล่ชนชาติต่างๆ ที่โยชูวายังไม่ได้ปราบเมื่อเขายังมีชีวิตอยู่ 22แต่เราจะใช้ชนชาติเหล่านี้ทดสอบอิสราเอลดูว่าเขาจะดำเนินตามทางขององค์พระผู้เป็นเจ้าและทำตามบรรพบุรุษของพวกเขาหรือไม่” 23องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงทรงปล่อยให้ชนชาติทั้งหลายคงอยู่ในดินแดนนั้น ไม่ได้ทรงขับไล่พวกเขาออกไปให้หมดในคราวเดียว หรือมอบไว้ในมือของโยชูวา