La Bible du Semeur

2 Chroniques 1:1-18

Le règne de Salomon

Le roi Salomon au haut lieu de Gabaon

1Salomon, fils de David, affermit son autorité sur son royaume, et l’Eternel, son Dieu, était avec lui et il lui donna un très grand prestige.

(1 R 3.4-15)

2Le roi convoqua tout Israël : les chefs de « milliers » et de « centaines », les juges, et les notables de tout Israël, les chefs de groupe familial. 3Salomon se rendit avec toute l’assemblée au haut lieu de Gabaon, car c’est là que se trouvait la tente de la Rencontre de Dieu que Moïse, le serviteur de l’Eternel, avait fabriquée dans le désert1.3 Voir Ex 36.8-38.. 4Mais le coffre de Dieu avait été transporté par David de Qiryath-Yearim à l’endroit que le roi lui avait préparé ; il avait, en effet, dressé pour lui une tente à Jérusalem1.4 Voir 1 Ch 13 ; 15.. 5Devant le tabernacle se trouvait l’autel de bronze qu’avait fabriqué Betsaléel, fils d’Ouri et petit-fils de Hour, et c’est cet autel que Salomon et l’assemblée recherchaient1.5 Voir Ex 35.30 à 36.1 ; 38.1-2..

6Le roi se rendit à l’autel de bronze devant l’Eternel, à la tente de la Rencontre, et il y offrit mille holocaustes.

Salomon reçoit de Dieu la sagesse, et la promesse de richesse et de gloire

7Cette nuit-là, Dieu apparut à Salomon et lui dit : Demande ce que tu désires que je t’accorde.

8Salomon répondit à Dieu : Tu as témoigné une grande bienveillance à mon père David et tu m’as fait régner à sa place. 9Maintenant, Eternel Dieu, veuille tenir la promesse que tu as faite à mon père David puisque tu m’as fait régner sur un peuple nombreux comme les grains de poussière de la terre1.9 Voir Gn 13.16 ; 28.14.. 10Accorde-moi donc maintenant la sagesse et la connaissance nécessaires pour que je sache comment me conduire à la tête de ce peuple. Car, qui pourrait gouverner ton peuple qui est si grand ?

11Alors Dieu dit à Salomon : Puisque c’est là le désir de ton cœur, et que tu ne demandes ni richesses, ni trésors, ni gloire, ni la mort de tes ennemis, que tu ne demandes même pas une longue vie, mais que tu demandes la sagesse et la connaissance nécessaires pour gouverner mon peuple sur lequel je t’ai fait régner, 12eh bien, je t’accorde la sagesse et la connaissance, et, de surcroît, des richesses, des trésors et la gloire comme n’en a jamais eus aucun roi avant toi et comme n’en aura aucun après toi.

13Après cela, Salomon quitta le haut lieu de Gabaon où il était allé devant la tente de la Rencontre, et il revint à Jérusalem. Il régna alors sur Israël.

La richesse et la gloire de Salomon

(1 R 10.26-29 ; 2 Ch 9.25-28)

14Salomon se procura des chars et des hommes d’équipage pour ses chars : 1 400 chars et 12 000 hommes d’équipage. Il les cantonna dans les villes de garnison ainsi qu’auprès de lui à Jérusalem. 15Le roi rendit l’argent et l’or aussi communs que les pierres à Jérusalem, et les cèdres aussi nombreux que les sycomores qui croissent dans la plaine côtière le long de la Méditerranée. 16Les chevaux de Salomon étaient importés d’Egypte par convois ; une caravane de marchands du roi allait les acheter par convois1.16 Autre traduction : à Qevé., contre leur prix. 17Chaque char qu’ils importaient d’Egypte coûtait 600 pièces d’argent et chaque cheval 150 pièces. Ces marchands en importaient dans les mêmes conditions pour tous les rois des Hittites et pour les rois de Syrie.

Salomon décide de bâtir le Temple

(1 R 5.15-30 ; 7.13-14)

18Salomon décida de bâtir un temple en l’honneur de l’Eternel et un palais royal pour lui-même.

Thai New Contemporary Bible

2พงศาวดาร 1:1-17

โซโลมอนทูลขอสติปัญญา

(1พกษ.3:4-15; 10:26-29; 2พศด.9:25-28)

1โซโลมอนโอรสของดาวิดทรงสถาปนาราชบัลลังก์ให้มั่นคงเป็นปึกแผ่น เนื่องจากพระยาห์เวห์พระเจ้าของพระองค์สถิตกับพระองค์ และทำให้พระองค์ยิ่งใหญ่กว่าผู้ใด

2โซโลมอนตรัสแก่อิสราเอลทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นแม่ทัพนายกอง ตุลาการ ผู้นำในอิสราเอลหรือหัวหน้าตระกูลต่างๆ 3แล้วโซโลมอนกับชุมนุมประชากรทั้งหมดขึ้นไปยังสถานบูชาบนที่สูงในกิเบโอน เพราะเต็นท์นัดพบขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์ได้สร้างขึ้นในถิ่นกันดารนั้นอยู่ที่นั่น 4ดาวิดได้อัญเชิญหีบพันธสัญญาของพระเจ้าจากเมืองคีริยาทเยอาริมมายังสถานที่ซึ่งดาวิดเตรียมไว้ เพราะทรงตั้งเต็นท์สำหรับหีบนั้นในกรุงเยรูซาเล็ม 5ส่วนแท่นทองสัมฤทธิ์ซึ่งเบซาเลลบุตรอูรีผู้เป็นบุตรของเฮอร์ได้สร้างขึ้นอยู่ในกิเบโอนตรงหน้าพลับพลาขององค์พระผู้เป็นเจ้า โซโลมอนและชุมนุมประชากรจึงมาทูลถามพระองค์ที่นั่น 6โซโลมอนขึ้นไปยังแท่นทองสัมฤทธิ์ต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าในเต็นท์นัดพบ และถวายสัตว์หนึ่งพันตัวเป็นเครื่องเผาบูชา

7คืนนั้นพระเจ้าทรงปรากฏแก่โซโลมอนและตรัสกับเขาว่า “จงขอสิ่งที่เจ้าต้องการเถิด แล้วเราจะให้เจ้า”

8โซโลมอนกราบทูลพระเจ้าว่า “พระองค์ได้ทรงสำแดงพระกรุณาอย่างยิ่งต่อดาวิดราชบิดาของข้าพระองค์ และทรงตั้งข้าพระองค์เป็นกษัตริย์แทน 9บัดนี้ข้าแต่พระเจ้าพระยาห์เวห์ ขอทรงยืนยันคำมั่นสัญญาที่ทรงให้ไว้กับดาวิดราชบิดาของข้าพระองค์ เพราะทรงตั้งข้าพระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์เหนือชนชาติซึ่งมีจำนวนมากมายเหมือนฝุ่นธุลี 10ขอโปรดประทานสติปัญญาและความรอบรู้เพื่อข้าพระองค์จะได้นำชนชาตินี้ เพราะใครเล่าจะสามารถปกครองชนชาติอันยิ่งใหญ่ของพระองค์นี้ได้?”

11พระเจ้าตรัสกับโซโลมอนว่า “ในเมื่อเจ้ามีใจปรารถนาเช่นนี้ และเจ้าไม่ได้ขอความมั่งคั่ง ทรัพย์สมบัติ หรือเกียรติ ไม่ได้ขอเอาชีวิตศัตรู และไม่ได้ขออายุยืนยาว แต่ขอสติปัญญาและความรอบรู้ เพื่อที่จะปกครองประชากรของเรา ซึ่งเราได้ตั้งเจ้าให้เป็นกษัตริย์เหนือพวกเขา 12ฉะนั้นเราจะให้สติปัญญาและความรอบรู้ที่เจ้าขอไว้ และเราจะให้ทรัพย์สมบัติ ความมั่งคั่ง และเกียรติแก่เจ้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และจะไม่มีกษัตริย์องค์ใดเสมอเหมือนเจ้า”

13โซโลมอนจึงเสด็จจากสถานบูชาบนที่สูงในกิเบโอน จากหน้าเต็นท์นัดพบไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และทรงปกครองเหนืออิสราเอล

14โซโลมอนทรงสะสมรถม้าศึกและม้า พระองค์ทรงมีรถม้าศึก 1,400 คัน และม้า 12,000 ตัว1:14 หรือพลรถรบ 12,000 คน ซึ่งพระองค์ทรงเก็บบางส่วนไว้ที่หัวเมืองซึ่งใช้เก็บรถม้าศึก และบางส่วนอยู่กับพระองค์ที่กรุงเยรูซาเล็ม 15พระองค์ทรงทำให้เงินและทองในกรุงเยรูซาเล็มมีมากมายเหมือนก้อนหิน และมีไม้สนซีดาร์ดาษดื่นเหมือนต้นมะเดื่อแถบเชิงเขา 16ม้าของโซโลมอนนั้นนำเข้าจากอียิปต์1:16 หรืออาจจะเป็นมูศูร์ซึ่งเป็นเขตหนึ่งในซิลิเซีย เช่นเดียวกับข้อ 17และจากคูเอ1:16 คงจะเป็นซิลิเซีย คือพ่อค้าหลวงซื้อมาจากคูเอ 17รถม้าศึกแต่ละคันที่นำเข้าจากอียิปต์มีราคาเท่ากับเงินหนัก 600 เชเขล1:17 1 เชเขล คือเงินหนักประมาณ 11.5 กรัม มีค่าเท่ากับค่าแรงสองเดือน (ทั้งสองแห่งในข้อนี้) ม้าราคาตัวละ 150 เชเขล พวกเขายังส่งออกไปขายต่อให้กษัตริย์ทั้งปวงของชาวฮิตไทต์และของชาวอารัมด้วย